[SuJu-TaLK] Even a beast don’t bite the hand that feeds one

posted on 23 Dec 2009 20:23 by atpblog  in SuJu-TaLK

"Even a beast don’t bite the hand that feeds one"

กลายเป็นคำจุดประเด็นในรอบหลายวันมานี้เลย กับการอัพไซที่ดูจะพอเหมาะพอเจาะเสียเหลือเกินในเวลานี้ของน้องคยู

 

ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่ามันเป็นถ้อยคำที่ดีนะ ถ้าไม่นับนัยสำคัญอะไรที่แฝงมากับถ้อยคำนี้ด้วยนะ เป็นถ้อยคำเตือนสติที่ดีมากจริงๆ

 

"แม้แต่สัตว์ยังไม่กัดมือของผู้ให้อาหาร"

 

แม้จะดูเป็นถ้อยคำที่ค่อนข้างรุนแรง แต่ความหมายของมันทั้งลึกซึ้งแล้วก็เต็มไปด้วยความห่วงใย คนเราหากเปรียบเทียบกับสัตว์แล้วก็ถือว่าเรานั้นมีสมองที่ใหญ่กว่า ชาญฉลาดกว่า และมีสามัญสำนึกที่สัตว์เดรัจฉานทั่วไปไม่มี ก็เลยมักจะมีคำกล่าวว่าคนเราแท้ที่จริงแล้วก็คือสัตว์ประเสริฐที่มีความรู้สึกนึกคิดอันสามารถไตร่ตรองรู้ผิดรู้ชั่วได้

 

ดังนั้นแล้วสัตว์ที่แม้ไม่มีสำนึกรู้ผิดรู้ชอบ ก็ไม่เคยกัดมือของผู้ที่ให้อาหารมัน เป็นการเสียดสีสัตว์ประเสริฐที่พอได้ดีแล้วก็มักจะลืมบุญคุณผู้ที่เคยชุบเลี้ยงและให้การดูแล หันหลังหนีเขาไปหรือไม่ก็หันกลับมาแว้งกัดเขาเสียอีก

 

อย่างที่เคยพูดในเอนทรี่ที่แล้ว เราคงไม่สามารถตำหนิอะไรฮันเกิงได้.... ไม่สามารถตำหนิน้องคยูได้.... แต่เราก็ไม่สามารถตำหนิทางค่ายได้เหมือนกัน... สารและสื่อที่เราได้รับและได้เสพอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั้น จริงเท็จมากแค่ไหนไม่มีใครรู้ เพราะไม่มีใครอยู่ในเหตุการณ์ และไม่ใช่คนที่เกี่ยวข้อง อย่าเอาความเป็นแฟนคลับมาอ้าง แฟนคลับก็คือ "คนนอก" ดีๆ นี่แหละ ถ้าจะยอมรับความจริงกันได้ เราไม่มีส่วนในความคิด การตัดสินใจ หรือสิทธิ์ใดๆ ในตัวศิลปินทั้งสิ้น ดังนั้นแล้วการตัดสินใจใดๆ ที่เกิดขึ้น เหล่าศิลปินมีสิทธิและเสรีภาพในการตัดสินใจทุกอย่าง

 

ส่วนตัวเรา... มีความเห็นและคำตอบอยู่แล้วในใจเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ แต่ก็อย่างที่บอก เคารพความคิดและการตัดสินใจของทุกคน ดังนั้นในความเห็นของตัวเราเองก็เป็นสิ่งที่เรามีสิทธ์ที่จะคิดตราบใดที่มันไม่ได้หลุดหรือล้ำออกไปทำลายความรู้สึกหรือทำร้ายใครให้เสียหาย

 

แต่อย่าลืมนะว่า "แม้แต่สัตว์ยังไม่กัดมือของผู้ให้อาหาร"    

 

แม้ว่าคนให้อาหารเราคนนั้นจะเลวร้ายอย่างไร แต่บุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่เคยได้รับมานั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันก็ได้ช่วยให้เรามีชีวิตได้มาจนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นแล้วโอกาสที่ทางค่ายได้เคยหยิบยื่นให้นั้นก็ถือเป็น "อาหาร" ทีทำให้มีวันนี้ได้เช่นกัน

 

อดทนนะเกิง.... พยายามผ่านวิกฤตตรงนี้ไป.... อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้เราได้มีความแข็งแกร่งมายิ่งขึ้น.... ดังนั้นถ้าได้เลือกแล้วว่าจะต่อสู้ก็ต้องทำให้ดีที่สุดโดยที่ต้องไม่นึกเสียใจภายหลัง.... คนเราหากเลือกแล้วก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาโดยไม่อาจปฏิเสธได้ ก็เชื่อว่าเกิงจะผ่านมันไปได้ แม้อาจจะบาดเจ็บบ้าง แต่ก็จะสามารถยืนหยัดต่อไปได้ในวันต่อๆ ไป

 

ไม่สามารถพูดได้ว่าเข้าใจคยู.... แต่เชื่อในเจตนาของความเป็นพี่น้องร่วมวงที่น้องพยายามจะสื่อออกไป แต่ว่านะ... ทางชีวิตของคนเรามีทั้งถูกและผิด ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเลือกเดินทางไหน แต่ถ้าเขาเลือกทางเดินไปแล้ว ไม่ว่าถูกหรือผิด... เราก็ทำได้แค่ยอมรับทางที่เขาเลือกเท่านั้น แม้ว่าทางที่เลือกมันจะผิด แต่ในทุกเส้นทางย่อมมีหนทางแก้ไข อาจต้องใช้เวลานาน อาจต้องบาดเจ็บ แต่ก็ต้องทนยอมรับเพราะมันเป็นสิ่งที่ได้เลือกแล้วด้วยตนเอง 

 

จะบอกว่าปีนี้เป็นปีวินาศสันตะโรของเอสเอ็มก็ได้ ต่อจากนี้เป็นต้นไปก็อาจต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอีกเรื่อยๆ ดังนั้นแล้วก็คงต้องค่อยๆ แก้ปัญหากันไป การเซ็นสัญญากับค่ายและการเซ็นสัญญากับทุกๆ ที่ล้วนหมายถึงการที่คุณยอมรับเงื่อนไขที่เขาได้กำหนดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นก่อนการเซ็นสัญญาทุกครั้งต้องไตร่ตรองดูให้ดี ไม่ใช่แค่เรื่องศิลปินค่ายเอสเอ็ม แม้แต่เรื่องใกล้ตัวอย่างการขอบัตรเครดิต การยื่นขอจำนงสินทรัพย์ แม้แต่การจองเช่าหอพัก นี่เป็นสิ่งสำคัญที่คนเรามักไม่เคยตระหนักถึง ว่าแค่การจรดปากกาเซ็นชื่อลงไปบนกระดาษบางๆ ใบหนึ่งมันก็อาจจะเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตไปได้

 

จบประเด็นดีกว่า เดี๋ยวมันจะร้อนฉ่าไปมากกว่านี้ ยังรักเกิง รักน้องคยู และรักเอสเจอยู่เสมอ และจะมีความสุขมากหากว่าจะได้เห็นทุกๆ คนต่อไปอีกเรื่อยๆ ผมยังไม่เคยเห็นทะเลแซฟไฟร์บลูเลย ถ้าผมจะยังพอมีโชคอยู่บ้างสักวันผมคงได้เห็นมัน ฮ่าๆ

จะว่าไปเพลงนี้ก็วางแผงได้สักระยะแล้ว แต่เนื่องด้วยช่วงที่ออกแรกๆ นั้นไม่ได้สนใจจะติดตามเท่าไหร่ อาจเพราะกำลังหลงแสงสีกับน้องๆ ชายน์นี่ จึงละเลยในการติดตามผลงานใหม่ๆ ของหลายๆ วงและหลายๆ คน ผ่านไปสองเดือนเศษถึงได้มีโอกาสไปหาซิงเกิ้ลของคู่หูโซลเมทมานั่งฟังได้แบบเป็นเรื่องเป็นราวเสียที

 

ความรู้สึกแรกที่ได้ฟังเพลงนี้นะหรือ.... มันช่างเหมาะกับคิมแจและปาร์คมิคเหลือเกิน.... ทั้งๆ ที่การฟังในครั้งแรกๆ นั้นไม่ได้สนใจทั้งเนื้อร้องและความหมาย ฟังเอารายละเอียดโดยรวมของเพลงเท่านั้น แต่มันให้ความรู้สึกที่ทั้งอบอุ่นและอ่อนโยนมากเหลือเกินเรียกได้ว่าฟังแล้วสามารถยิ้มออกมาได้ทันที

 

รู้สึกเหมือนกันไหมว่าคิมแจและปาร์คมิคเหมาะจะร้องเพลงอย่างนี้มาก.... มากกว่าเพลงอื่นๆ ที่ผ่านมาทั้งหมด ผมติดตามทงบังมานานพอสมควร อาจไม่สามารถเรียกตัวเองได้ว่าแคสฯ อาจไม่ได้รู้ลุกรู้ละเีอียดในเรื่องของเหล่าเทพในทุกๆ เรื่อง แต่เรื่องที่ผมมั่นใจว่าผมพอจะรู้จักพวกเขาดีก็คือเรื่องผลงานเพลงต่างๆ ที่ออกสู่สายตาประชาชนให้คนธรรมดาๆ อย่างผมได้ติดตามอยู่เรื่อยๆ และเพลงนี้ก็เป็นอีกเพลงหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าทั้งคิมแจและปาร์คมิคทำมันออกมาได้ดีเหลือเกิน ท่วงทำนองที่นุ่มนวล อ่อนโยน ฟังแล้วรู้สึกว่าสบายหูเหลือเกิน เพลงนี้ทำให้หลายๆ วันของผมผ่านไปได้อย่างผ่อนคลายมากขึ้นกว่าที่เป็น

 

ในตอนนี้ ที่ที่แห่งหนึ่ง มีคนคนหนึ่ง
ที่กำลังเจ็บปวด ที่กำลังรู้สึกเหงา จนไม่สามารถนอนหลับได้ในคืนนี้
เขาคนนั้นกำลังก้าวผ่านสิ่งนั้นไป จนกระทั่งได้พบกับแสงสว่าง...
ถ้าหากพวกเราก้าวไปด้วยกัน...
พวกเราจะสามารถเข้าสู่ห้วงนิทรา ไปพร้อมกับ
ท่วงทำนองและเสียงเพลงที่แสนไพเราะและความรัก...

 

พอเริ่มทำงาน เริ่มหลุดออกจากชีวิตการเป็นนักเรียนนักศึกษา โลกใบนี้มันก็ไม่ได้เต็มไปด้วยความสนุกสนานเหมือนอย่างเคย ไม่ได้ห้อมล้อมไปด้วนมิตรสหาย ไม่ได้มีครูอาจารย์คอยชี้แนะ คอยดุด่าตักเตือนเมื่อครั้งทำผิด ไม่ได้มีคนที่พร้อมจะปกป้องเราได้ทุกเมื่ออย่างพ่อแม่คอยอยู่เคียงข้าง หากว่าในช่วงเวลาที่ย่ำแย่แบบนั้น จะสามารถมีบางคนที่เข้าใจจิตใจเราอยู่ข้างๆ แค่นั่งเงียบๆ ฟังสิ่งที่เราพูด มันก็คงจะดี

 

เป็นเพราะความหวังของคนคนหนึ่ง พวกเราจึงอยู่ที่นี่
ถึงแม้ว่าสิ่งที่พวกเราได้รับ จะเป็นเพียงแค่สิ่งเล็กน้อย
หรือเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาเสี้ยววินาทีเดียวก็ตาม
พวกเรายังหวังที่จะเปลี่ยนหยดน้ำตาทุกหยดบนโลกใบนี้
ให้กลายเป็นรอยยิ้ม...

 

ท่วงทำนองแสนหวาน กับเนื้อเพลงที่มีความหมาย เหมือนจะบอกว่าถึงแม้จะทุกข์ แต่ว่าความหวังและความฝันของเราก็ยังคงต้องมีต่อไป แม้ว่าสิ่งที่ได้กลับมามันจะเป็นแค่สิ่งเล็กน้อย แต่ก็อยากจะให้เป็นสิ่งที่สามารถทำให้เรามีความสุขได้ ผมเอง... แม้จะทั้งเกลียดและเบื่อหน่ายกับที่ทำงานเก่า แต่ผมก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า ณ. สถานที่แห่งนั้นที่ผมเกลียดแสนเกลียด.... ครั้งหนึ่งผมก็เคยมีประสบการณ์ที่สนุกสนานและช่วงเวลาแสนสุขอยู่ที่นั่น ผมได้ยิ้ม... ได้หัวเราะไปพร้อมๆ กับเพื่อนที่อาจจะรู้สึกว่าเกลียด.... แต่ลึกๆ แล้วผมสนุกมากที่ได้รู้จักกับพวกเขา

 

รักกันไว้...และก้าวเดินไปพร้อมกัน
พวกเราเชื่อว่า เราจะสามารถส่งความรู้สึกที่ท่วมท้นเหล่านี้ออกไปได้
ตั้งแต่ตอนที่พวกเรายังไม่ได้เกิดมา...
พวกเรารู้อยู่แล้วว่าพวกเราจะได้เจอกัน
และพวกเราจะตามหาความฝันไปพร้อมๆกัน

 

 

ย่ำแย่ใช่หรือเปล่า? ผมไม่รู้.... ว่าลึกๆ แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทงบังในไม่กี่เดือนที่ผ่านมามันเกิดขึ้นเพราะอะไร? แล้วบทสรุปมันจะเป็นอย่างไร? กับหยาดน้ำตาและเสียงแห่งความห่วงใยของแฟนคลับ ผมรู้ว่าทั้ง 3 คนได้รับมัน และผมก็เชื่อว่าอีก 2 คนจะต้องรู้สึกถึงมัน ณ. ตอนนี้... ที่ความฝันของทุกคนหยุดชะงักไป ผมเชื่อ... ว่ามันเป็นเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับเด็กทั้ง 5 คนที่เคยมีความฝัันและเคยได้ร่วมก้าวเดินไปพร้อมๆ กัน ในช่วงเวลาหนึ่ง

 

ช่วงเวลาที่พวกเราสามารถสร้างเสียงที่ไพเราะขึ้นมาได้
เป็นช่วงเวลาที่พวกเราสามารถจะลืมความเจ็บปวดทั้งหมดที่ผ่านมา
เพราะคุณคอยอยู่เคียงข้างผมเสมอ...
คอยมอบกำลังใจและความหวังให้กับผม

 

แล้วทุกวันนี้ล่ะ? รู้สึกอย่างไรบ้าง? ผมไม่สามารถที่จะตำหนิทงบังทั้ง 3 คนได้.... แต่ผมก็ไม่สามารถที่จะตำหนิทางค่ายได้เหมือนกัน.... เพราะหากพูดตามความเป็นจริง ถ้าผมเป็นค่ายที่สร้างทุกคนขึ้นมา ผมก็ไม่มีทางยอมให้ "สินค้า" ในค่ายดื้อรั้นและแหกกฏที่เคยได้ตกลงร่วมกันไว้ แม้ว่ากฏนั้นมันจะดูไม่ยุติธรรมกับใครเลยก็ตาม....

 

อาจจะฟังดูโหดร้าย.... แต่มันคือเรื่องจริงที่ทุกคนควรยอมรับว่าทุกคนบนโลกนี้ล้วนเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว แต่ทว่า... หากว่าในความโหดร้ายนั้น.... จะทำให้เราได้พานพบกับความสุขบ้าง.... ทำไมถึงไม่ยอมรับมันไป... ผมไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ทั้ง 3 ยอมออกมาแตกหักกับคนที่สร้างเขาขึ้นมา.... แต่ผมรู้ว่าหากแก้วมันแตกไปแล้ว มันคงยากที่จะกลับมาประสานรอยร้าวได้ดังเดิม

 

ขอบคุณ
ขอบคุณเสมอมา ความรู้สึกที่เปล่งประกายเช่นนี้
ผมอยากกล่าวคำขอบคุณกับคุณ
คุณ คนที่สอนให้ผมรู้จัก
รู้จักที่จะคอยช่วยเหลือกันและกัน
รู้จักที่จะคอยส่งสายตาให้กันและกัน ...
และเพราะเหตุนั้น ผมถึงไม่เหงาอีกต่อไป...

 

ผมเสียดาย.... ช่วงเวลาต่อจากนี้ไปที่ผมจะไม่สามารถเห็นรอยยิ้มของทั้ง 5 คนได้พร้อมๆ กันอีก ในเมื่อตอนนี้ทั้ง 5 คนเลือกข้างแบ่งฝ่ายกันอย่างชัดเจนแล้ว คนเรา.... ถ้าหากเลือกที่จะทำอะไรแล้ว.... ต้องยอมรับผลที่จะตามมาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ทงบังชินกิที่ส่องสว่างมานานกว่า 5 ปีนั้น ไม่รู้ว่าผมจะได้มีโอกาสเห็นพวกคุณอีกหรือเปล่า? ดังนั้นแล้ว.... ขอบคุณมากสำหรับช่วงเวลาดีๆ ที่มีให้กันมาตลอด

 

ความรักมากมายที่เกิดขึ้นนั้น...
ถูกส่งผ่านไปทางท่วงทำนองที่แสนไพเราะ
ผมอยากจะส่งมอบความรักนี้ต่อไปและตลอดไป

เริ่มต้นจากที่นี่.....

รักกันไว้...และก้าวเดินไปพร้อมกัน
พวกเราเชื่อว่า เราจะสามารถส่งความรู้สึกที่ท่วมท้นเหล่านี้ออกไปได้
ขอบคุณ...ขอบคุณตลอดไป
ความรู้สึกที่เปล่งประกายเช่นนี้ เกิดขึ้นเพื่อคุณ

ความรักมากมายที่เกิดขึ้นนั้น
ถูกส่งผ่านไปทางท่วงทำนองที่แสนไพเราะ
ผมอยากจะส่งมอบความรักนี้ต่อไป และตลอดไป

 

ถ้าหากว่าต่อจากนี้ไปจะไม่มีทงบัง ผมก็รู้สึกได้อยู่เสมอว่าสิ่งที่เคยเกิดขึ้นนั้นจะสามารถทำให้ผมมีความสุขและยิ้มได้เสมอหากได้นึกถึง ทงบังเป็นความทรงจำที่ดีมากสำหรับผม ผมเคารพสิ่งที่ผมเขาตัดสินใจเสมอ และเชื่อว่าหากได้ตัดสินใจทำมันลงไปแล้ว พวกเขาต้องไม่เสียใจและต้องเผชิญหน้ากับมันอย่างกล้าหาญ แม้ว่าจะไม่ใช่ทงบังชินกิแห่งค่ายเอสเอ็มแล้วก็ตาม แม้ว่าจะไม่ใช่ทั้ง 5 คนเหมือนเดิมแล้วก็ตาม ผมก็ยินดีหากนั่นเป็นสิ่งที่เขาได้เลือกมันแล้ว และก็จะคอยอวยพรอยู่เสมอเพื่อที่จะให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้หลังจากได้เลือกทางเดินของตัวเองแล้ว

 

เพลงนี้.... ผมรู้สึกได้เลยว่ามันเป็นความสุขและความอบอุ่นที่ทั้ง 2 คนส่งมันมาให้ทุกคนที่ได้ฟัง เหมือนเป็นถ้อยคำให้กำลังใจแก่ทั้งตัวเองและคนรอบข้าง เป็นเพลงที่ดีที่สุดีอกเพลงที่ผมได้ฟัง สงสัยว่าทั้งคิมแจและปาร์คมิคอาจจะเกิดมาเพื่อร้องเพลงแบบนี้ก็ได้ มันถึงได้อบอวลไปด้วยความสบายใจแบบนี้ รอยยิ้มและเสียงที่เปล่งออกมาจึงทำให้ผมมีความสุขมากจริงๆ ที่ได้ฟังมัน

 

ดังนั้นแล้ว... ผมหวังเหลือเกินว่าผมจะได้มีโอกาสฟังน้ำเสียงที่สวยงามแบบนี้อีกครั้ง.... ไม่ว่าจะนาน ไม่ว่าจะผ่าน ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม.... ผมหวังจริงๆ ว่าผมจะเห็นสีสันที่สวยงาม เสียงเพลงที่ไพเราะ และท่วงทำนองที่อบอุ่นแบบนี้อีกครั้ง พยายามเขานะ.... ทงบังชินกิ

 

Credit Thai Trans : amien_x@chunjae-jaechun.net

edit @ 20 Dec 2009 16:43:13 by ATP_Kun~

ปลอกเปลือก 3 บอยแบนด์ดังแห่งบ้าน SM 

 

วันนี้เป็นวันที่ว่างและเป็นวันที่จิตว่าง ก็เลยมีอารมณ์สุนทรีย์จะมานั่งเรียบเรียงเรื่องราวต่างๆ มาให้อ่านกันสนุกๆ วันนี้จะมาว่ากันด้วยเรื่องหนุ่มๆ 3 กลุ่มดังจากค่ายเอสเอ็ม ก็เช่นเคยที่มันจะเป็นสิ่งที่เขียนมาให้อ่านเอาฮา ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องวิเคราะห์ตามให้หนักหัว และไม่จำเป็นต้อง “เชื่อ” ตามที่ได้เขียนไว้ทุกตัวอักษร เพราะทุกคนสามารถมีความเห็นในแง่มุมของตนเองมาแลกเปลี่ยนกันได้เสมอ แต่กรุณาแลกเปลี่ยนกันด้วยเหตุด้วยผล เขียนบอกกล่าวในภาษามนุษย์ที่สุภาพ และงดเว้นถ้อยคำหยาบคาย ส่อเสียด และอีกมากมายที่ทำไปเพื่อแสดงความ “เกรียน & เจ๋ง”  

 

บอกกล่าวก่อนอ่าน... ท่านผู้อ่านที่ได้เข้ามาอ่านแล้วรู้สึก “ชอบ” สิ่งที่เขียนเอาไว้ในบล็อคนี้ กรุณา “เชยชม” มันให้เต็มที่ และปล่อยให้มันอยู่ที่เดิม อย่าได้ “หยิบฉวย” เอามันออกไปเผยแพร่ข้างนอก ขอบคุณในความหวังดี แต่ทิ้งมันเอาไว้ที่นี่เถอะ ถ้าอยากให้เพื่อนได้อ่าน ขอร้องให้ส่งลิงค์ไปให้แทน อย่าได้ “คัดลอก” เอามันไปแปะไว้ที่อื่น....  

 

.   

 

.   

 

.   

 

TVXQ  

 

บอยแบนด์ต้นฉบับแห่งยุคที่ทุกค่ายทุกวงต่างก็ใฝ่ฝันถึงความสำเร็จแบบถล่มถลายเฉกเช่นเดียวกับที่ทงบังทำได้ ไม่น่าเชื่อว่าเพียง 5 ปีที่พวกเขาปรากฏตัวก็ทำให้เกิดกระแสคลั่งไคล้แบบชนิดที่ว่าบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ไม่หมด ชายหนุ่มทั้ง 5 คนนี้สร้างปรากฏแปลกใหม่ให้กับวงการบันเทิงเกาหลีและวงการณ์บันเทิงเอเชีย จนกระทั่งบอยแบนด์ญี่ปุ่นและบอยแบนด์ไต้หวันที่เคยจับกระแสตลาดเอเชียไว้ได้มั่นถึงกับสั่นสะเทือนและต้องล่าถอยกลับไปตั้งหลักยังบ้านเกิดแทบจะในทันทีเลยทีเดียว อะไรทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น? 

 

ภาพลักษณ์ที่ดูสูงส่งและสมบูรณ์แบบ? 

 

ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความสูงส่งทางชาติตระกูล แต่หมายความถึงการถูกสร้างภาพลักษณ์ให้ออกมาแล้วมีความรู้สึกว่าจับต้องไม่ได้ เข้าถึงได้ยาก และดูสูงส่งราวกับเทพเจ้าที่ลงมาจุติบนโลก มันเป็นความสมบูรณ์แบบในขั้นสูงสุดที่ในวงนี้มีชายหนุ่มที่หน้าตาดีถึง 5 คนที่ทั้งสูง หล่อ ขาว และดูดีมีชาติตระกูลด้วยท่วงท่า การวางตัว และรูปลักษณ์ภายนอกที่ต้องตาต้องใจแก่ผู้พบเห็น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในครั้งแรกที่เราได้เห็นพวกเขาทั้ง 5 คนนั้น จะเกิดความรู้สึก “น่าดึงดูด” แทบจะในทันที ต้องมีคนใดคนหนึ่งในห้าคนนี้แหละที่ตรงสเป็คเราสุดๆ และหลังจากนั้นเราก็ถูกดึงเข้าสู่โลกของ “เทพเจ้า” ทั้ง 5 ทันที นี่เป็นการออกแบบสินค้าที่ดีเยี่ยมมากๆ พวกเขาเป็นวงบอยแบนด์ที่มีศักยภาพในการแสดงสูงมาก ทงบังเป็นบอยแบนด์กำเนิดใหม่ของเกาหลีใต้ที่มีความสามารถพร้อมสรรพทั้งร้องทั้งเต้น ขอชื่นชมเลยว่าทงบังเป็นวงที่มีศักยภาพในการแสดงสดที่สูงมาก คือค่อนข้างจะมืออาชีพเลยทีเดียว ด้วยความที่มีคำว่า “บอยแบนด์” ปะหน้าเอาไว้ คนเขาก็เลยพาลคิดว่าอย่างดีก็คงออกมายืนทำหน้าตาดีให้ดูเฉยๆ แต่เปล่าเลย หนุ่มๆ ชาวเทพพกความสามารถมาเต็มกระเป๋าทั้งน้ำเสียงที่จัดได้ว่าดีมากๆ และทั้งการเต้นที่ถือได้ว่าไม่เป็นรองใคร ในเวลานั้นใครฟังเพลงของทงบังแล้วไม่หลงเสียงสวยๆ ของแจจุงและจุนซูล่ะน่าแปลกใจ แถมยังท่วงท่าอันสุดแสนจะดีดูยามที่ทั้ง 5 คนได้ออกสเต็ปการเต้น นี่ใช่ไหมคือสิ่งที่สาวกแฟนคลับแสวงหามาครึ่งชีวิต? บอยแบนด์ที่สมบูรณ์แบบอย่างนี้สิ ทั้งเก่งและดูดี อย่างน้อยที่สุดก็จะได้ไม่มีใครกล้าพูดว่าบ้าแต่ผู้ชายหน้าตาดี เพราะผู้ชายที่ฉันกำลังตามกลุ่มนี้น่ะ เขามีดีให้ฉันตาม!!!! และที่สำคัญ... คนออกแบบสามารถจับจุดได้อย่างตรงเป้าหมายว่าชายในฝันของหญิงสาวทั้งหลายนั้นเป็นอย่างไร? ดูสิ ผู้ชาย 5 คนสูงเฉลี่ยแล้ว 180 เซนต์ทุกคน รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อใสแบบกำลังดี ไม่ดิบเถื่อนและไม่น่ารักโนะเนะเกินไปในชุดสูทสีขาวไม่ก็สีดำสนิท ช่างดูดีเสียนี่กระไร!!! ภาพลักษณ์ในแบบกึ่งเจ้าชายที่ดูเข้าถึงได้ยากยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้น่าติดตาม สรุปแล้วประเด็นนี้ทงบังถือว่าประสบความสำเร็จสูงสุด ภาพลักษณ์ของพวกเขาดูสมบูรณ์แบบอย่างที่สุดยามที่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน ดังนั้นเอาไป 10/10 

 

ความสามารถที่เป็นเลิศ? 

 

ความแปลกใหม่ที่ทงบังสร้างขึ้นคือการร้องประสานเสียง แม้ว่าจริงๆ แล้วการร้องประสานเสียงนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรนัก แต่การจับทั้งการร้องประสานเสียง, การเต้นที่น่าดึงดูด และภาพลักษณ์ที่ดูดีสุดๆ มายำรวมๆ กันก็ได้เป็นบอยแบนด์แนวใหม่ที่ทั้งหน้าตาดีและความสามารถเลิศ พูดถึงเรื่องน้ำเสียงของทั้ง 5 คนแล้วถือได้ว่าทุกคนมีความสามารถในการร้องเพลงอยู่ในระดับสูง ณ. เวลานี้พลังเสียงของเซียจุนซูถือเป็นที่ยอมรับว่า “ไพเราะมากที่สุด” น้ำเสียงที่ทั้งทรงพลังและกังวานใสเหมือนเสียงระฆังนั้นทำให้กูรูหลายๆ ท่านได้แต่ส่ายหน้าแล้วพร่ำพูแต่ว่าเสียดายที่เขาเป็นบอยแบนด์ ไม่อย่างนั้นแล้วน้ำเสียงของเขาคงจะส่งให้ตัวเขาเองเป็นศิลปินเดี่ยวที่มีน้ำเสียงไพเราะประดับวงการไปได้อีกนาน ส่วนในรายของยองอุงแจจุงที่มีน้ำเสียงที่กระจ่างใสเหมือนแก้วเนื้อดี เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้คนว่าแจจุงเป็นเสียงหลักของวงที่มีน้ำเสียงที่น่าหลงไหลมาก เสียอยู่อย่างเดียวคือเขามีการพัฒนาที่น้อยเกินไป เมื่อเทียบกับจุนซูแล้ว ในแง่ของการเปลี่ยนแปลงจุนซูนั้นมีการพัฒนาเนื้อเสียงที่เห็นได้ชัดกว่าและคงที่กว่า ในขณะที่แจจุงนั้นเรียกได้ว่าแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงแถมยังคุมโทนเสียงของตัวเองผิดเพี้ยนไปในบางครั้งอีกด้วย ส่วนชเวคังชางมินนั้นควบคุมโทนเสียงของตัวเองได้ดีขึ้น แต่ในเรื่องเทคนิคการร้องแล้วถือว่าเป็นรองพี่ๆ อีกสองคนอยู่เล็ก อีกทั้งน้ำเสียงของเขาไม่มีความน่าดึงดูด ลองกลับไปฟังเพลง Somebody to love อีกครั้งแล้วจะเข้าใจว่าน้ำเสียงของชางมินนั้นค่อนข้างธรรมดาเลยถ้าไม่นับการโหนเและการแผดเสียงที่เจ้าตัวดูจะช่ำชองในการใช้เสียงในรูปแบบนั้นมากกว่า เสียงของมิกกี้ยูชอนนั้นเหมาะกับเพลงบัลลาดซึ้งๆ มากกว่าเพลงแดนซ์ ดังนั้นเสียงของมิกกี้จะฟังลื่นหูมากกว่าเมื่อเขาร้องเพลงช้า แต่กับเพลงเร็วแล้วน้ำเสียงที่ทั้งเบาทั้งอู้อี้และคุมโทนไม่ค่อยอยู่ก็ทำให้ความไพเราะนั้นลดลงไปกว่าครึ่ง รวมไปถึงเรื่องสุขภาพร่างกายของเจ้าตัวที่ดูจะทำให้ประสิทธิภาพในเรื่องนี้ดูด้อยไปทันที เพราะการที่ต้องเต้นและร้องไปด้วยทำให้เขาต้องออกแรงมากขึ้น จนกระทั้งการเป็นการเร่งตะเบ็งเสียงให้ดังตามอารมณ์ของเพลงอย่างที่เราๆ มักจะได้ยินกัน นั่นทำให้เสียงของเขาทั้งแตกและไม่น่าฟัง สุดท้ายกับยูโนว์ยุนโฮ เสียงของพ่อหมีจัดได้ว่าธรรมดาที่สุดในบรรดาสมาชิก 5 คน คือพูดตามตรงว่าเราสามารถมองหานักร้องเสียงแบบนี้ได้ทั่วไป แต่สิ่งที่มาทดแทนคือความสามารถในการเต้นขั้นเทพ!!! ก็อย่างที่รู้ๆ กันไม่ต้องบรรยายให้เสียเวลา ดังนั้นแล้วจะเห็นได้ว่าความสามารถของพวกเขายำรวมกันออกมาแล้วได้รสกำลังดี เอาคะแนนไป 10/10   

 

อื่นๆ กับ TVXQ? 

 

ทงบังยืนพื้นในแวดวงเพลงเป็นหลัก ความสามารถทั้งร้องทั้งเต้น ไหนจะความสามารถในการแต่งเพลงเขียนทำนอง ดังนั้นแล้วนอกเหนือจากนี้ทั้ง 5 หนุ่มก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรโดดเด่น เพราะเมนมาทางนี้เป็นหลัก หลังจากที่หมดช่วงโปรโมทเพลงจึงเงียบหายไปเป็นพักๆ ซึ่งนี่เป็นจุดที่ต้องแก้ไข แต่เนื่องด้วยเหตุการณ์ปัจจุบันที่เราๆ ท่านๆ ก็ทราบกันดี ก็เลยไม่รู้ว่าจะได้เห็นพวกเขากลับมารวมตัวกันในนามของทงบังอีกหรือเปล่า แต่สำหรับเราเชื่อว่าทั้งทางค่ายกับตัวศิลปินเองคงจะพูดคุยตกลงกันได้หลังจากผ่านไปสักพักหนึ่ง สิ่งที่อยากบอกกับทงบัง... อย่างน้อยที่สุดก็อาศัยศักยภาพของเขาเติบโตขึ้นมาได้ถึงขนาดนี้แล้ว จะทำอะไรต่อไปก็ต้องคิดให้ดีนะ ถ้าเดินออกไปแล้ว จะไม่มีโอกาสได้รับศักยภาพการจัดการและการผลักดันอย่างที่เคยได้แล้วนะ สิ่งที่อยากบอกค่าย... อย่างน้อยที่สุดก็ควรนึกถึงการดำรงชีพต่อไปในภายภาคหน้าของพวกเขาด้วย การจะกักตัวเอาไว้โดยไม่เปิดโอกาสในด้านอื่นให้ ไม่สามารถรับรองอนาคตให้พวกเขาได้ และที่สำคัญที่สุดถ้าพวกเขาหันหลังออกไปแล้วคุณจะสูญเสียฐานความนิยมรวมไปถึงเม็ดเงินและผลกำไรมหาศาลเลยนะ สรุปผลในข้อนี้ทงบังยังขาดความโดดเด่นในเรื่องอื่นๆ อยู่เอาไป 7/10 

 

สรุปคะแนน 10+10+7 เป็น 27 เต็ม 30  

 

 .   

 

.   

 

.   

 

Super Junior 

 

บอยแบนด์ที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุดในโลก ครั้งแรกเปิดตัวเป็นโปรเจ็คเพื่อผลักดันเด็กหนุ่มผู้มีความสามารถรอบด้านเพื่อเป็นบันไดไปสู่การเป็นดาว แต่ต่อมาก็พบว่ามันได้รับกระแสตอบรับดีเกินคาด จึงได้เปลี่ยนแผนและจัดตั้งให้เป็นวงถาวรที่มีสมาชิกมากถึง 13 คน  

 

ภาพลักษณ์ที่ดูสนุกสนานและเข้าถึงได้ง่าย? 

 

แม้ครั้งแรกจะเปิดตัวด้วยเพลงที่ดูหนักและภาพลักษณ์ที่ดูแรง แต่ซิงเกิ้ลถัดมากลับกระชากภาพลักษณ์แบบนั้นเสียขาดวิ่น ซูเปอร์จูเนียร์ทั้ง 12 คนในเวลานั้นทั้งน่ารัก สดใส ติดจะรั่วนิดๆ เหวอหน่อยๆ ก็ทำให้แฟนคลับรู้สึกถึงความเป็นมิตรและความสดใสน่ารักที่พวกเขามี ท่าทางการร้องเพลงและการเต้นที่สนุกสนานเฮฮานั้นสามารถดึงเอาอารมณ์ร่วมและรอยยิ้มจากผู้ชมได้ไม่ยาก น่าแปลกที่ภาพลักษณ์แบบเด็กหนุ่มวัยรุ่นแบบนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีพอสมควร แต่สิ่งที่แปลกใหม่ไปกว่านั้นคือจำนวนสมาชิกที่ล้นหลามจนทำให้ลายตาว่าใครเป็นใคร เชื่อหรือไม่ว่าเวลาที่ได้นั่งดูรายการที่เหล่าสมาชิกซูเปอร์เกินโหลไปออกนั้น มีความรู้สึกว่ามันดูเฮฮาและสนุกสนานมากกว่าเมื่อเทียบกับศิลปินวงอื่นๆ ด้วยความที่จำนวนมันเยอะนี่แหละความหลากหลายในวงจึงได้บังเกิดขึ้น ท่วงท่าที่ดูสบายๆ หน้าตายิ้มแย้ม เสียงคุยจิ๊กจิ๊ก ทำให้รู้สึกว่าสามารถเข้าถึงได้อย่างสบายใจ ถ้าเทียบว่าทงบังเป็น “เจ้าชาย” ที่ดูสูงส่ง จับต้องได้ยาก ซูเปอร์จูเนียร์ก็เป็น “เด็กหนุ่มวัยรุ่น” ที่พร้อมจะเป็นเพื่อนคุณได้ในทุกสถานการณ์ และก็เช่นเคยยามเมื่อได้พบเห็นใน 13 คนนี้อย่างน้อยที่สุดมันต้องมีสักคนแหละน่าที่โดนใจ แม้ซูเปอร์จูเนียร์จะไม่ใช้บอยแบนด์ที่มีภาพลักษณ์สมบูรณ์แบบ แต่ถ้าเทียบกันแล้วภาพลักษณ์แบบนี้ก็สามารถทำให้รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเฮฮาของพวกเขา ภาพลักษณ์สบายๆ และง่ายๆ แบบนี้ก็รับคะแนนไป 8/10 

 

ความสามารถที่หลากหลายและการจัดการที่ลงตัว? 

 

มาถึงจุดที่เรียกได้ว่าเป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของวงกันเลยทีเดียว น่าแปลกที่มันเป็นจุดที่สามารถกระจายความสามารถของสมาชิกออกไปได้อย่างทั่วถึง มีวงไหนบ้างที่จะสามารถเป็นทั้งนักร้อง ไอดอล นักแสดง นักเต้น นายแบบ ดีเจ และพิธีกร ความสามารถคลอบคลุมสุดๆ เพราะซูเปอร์จูเนียร์เป็นวงที่เกิดขึ้นเพื่อรวบรวมเด็กหนุ่มผู้มีความสามารถรอบด้านเอาไว้ ซึ่งมันก็เป็นไปตามเป้าหมายจริงๆ ทั้ง 13 คนมีความสามารถรอบด้านที่ครบเครื่องมากๆ สามารถแทนสมาชิกที่หายไปได้อย่างแนบเนียนและสามารถแบ่งซอยสมาชิกให้รับงานได้หลายที่ เรียกได้ว่าสามารถแตกตัวได้ทันทีที่ต้องการ เคยเห็นวงไหนมีโปรเจ็คพิเศษเยอะเท่าวงนี้ไหมล่ะ? ทั้งโปรเจ็ค KRY, T, M, H เหมือนเป็นวงที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานได้ตลอดเวลา และไม่จำเป็นต้องไปไหนมาไหนพร้อมกันทั้งหมด นี่ถือเป็นการจัดการแบบใหม่ที่ทำให้การทำงานคล่องตัวขึ้นมาก แต่มองอีกด้านมันก็กลับเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ความเป็นวงไม่ชัดเจน และความสามารถที่ไม่เพียบพร้อม คนไหนที่ร้องเพลงก็จะร้องเพลงดีอย่างเดียว คนไหนที่เต้นดีเสียงร้องหรือก็กลับธรรมดาเกินไป แต่นั่นก็เป็นธรรมดาโลกที่ไม่มีอะไรที่สามารถจะทำให้ดีพร้อมได้ ถามว่าความสามารถดูด้อยกว่ากลุ่มอื่นไหม? ใช่... แต่ถ้าถามว่ามีการจัดการแบ่งสรรปันส่วน เอาตรงนี้โปะตรงนั้น จัดการให้ออกมาดีดูที่สุดใช่ไหม? ก็ใช่อีกเหมือนกัน.... แม้ว่าความสามารถหลักๆ อย่างการร้องเพลงและการเต้นที่จำเป็นต้องมีจะไม่ดีและไม่เด่นชัดเจน แต่การที่มีสมาชิกเป็นจำนวนมากทำให้การจัดการและการกระจายงานเป็นไปอย่างยืดหยุ่น เมื่อยามเต้นโชว์คนที่เต้นเก่งก็จะถูกดันออกมาข้างหน้าเพื่อดึงสายตาผู้ชม แต่เมื่อไหร่ที่ต้องร้องก็จะมีคนที่เส้นเสียงระดับเทพคอยเป็นเสียงสนับสนุน

 

ลองมาดูรายชื่อสมาชิกที่ถูกแบ่งประเภทไว้แล้วแบบเล่นๆ กัน 

 

ร้อง – เยซอง, รยออุค, คยูฮยอน, คังอิน, ทงเฮ ซีวอน และฮีชอล

เต้น – อีกทึก, ฮันคยอง, ชินดง, ซองมิน, อึนฮยอก, ทงเฮ

นายแบบ – ซีวอน และสมาชิกคนอื่นๆ ตามแต่จะถูกเรียกใช้งาน

พรีเซนต์เตอร์สินค้า – ยกวง

เล่นละคร – ฮีชอล, คิบอม, ซีวอน, คังอิน

ดีเจ – อีทึก, เยซอง , คังอิน, ซองมิน, อึนฮยอก

พิธีกร – อีทึก, ฮีชอล, คังอิน, ชินดง, อึนฮยอก

สีสัน? – อีทึก, ฮีชอล, ฮันคยอง, เยซอง, คังอิน, ชินดง, อึนฮยอกและคนอื่นๆ ในบางเวลา  

 

สำหรับวงที่มีความสามารถที่ทั้งครอบคลุมและมีการจัดการที่เป็นเลิศขนาดนี้... เอาไป 9/10   

 

อื่นๆ กับ Super Junior 

 

นี่แหละสีสันของหนุ่มๆ ด้วยความสามารถที่หลากหลายบวกกับสมาชิกที่ล้นเหลือ ดังนั้นเราจึงสามารถพบเจอกับพวกเขาได้ตลอดทั้งปี ช่วงโปรโมทเพลงก็จะเจอเขาโยกย้ายส่ายสะโพกให้ดูทุกอาทิตย์ ตกกลางคืนก็ได้ยินเสียงในรายการวิทยุ บางวันเปิดไปก็เจอใบหน้าหล่อๆ ในละครหลังข่าว บางวันโชคดีกว่านั้นยังได้เจอตัวเป็นๆ ตามงานอีเว้นท์และงานเปิดตัวสินค้าต่างๆ อีกด้วย เรียกได้ว่า 365 วันคงมีน้อยวันที่เราไม่เจอหน้ากัน และนี้แหละที่เป็นจุดเด่นที่สุดของวงนี้ รับไปเลย 10/10 

 

รวมคะแนน 8+9+10 เป็น 27 เต็ม 30   

 

.   

 

.   

 

.   

 

SHINee 

 

บอยแบนด์น้องใหม่แกะกล่องที่มีทั้งความสดใหม่และความสดใสเป็นสีสันที่แปลกใหม่ของวงการ เป็นน้องเล็กของทั้งค่ายและเกือบจะเป็นน้องเล็กของวงการเลยด้วยซ้ำ ด้วยอายุเฉลี่ยที่ต่ำว่า 20 ในการเปิดตัวครั้งแรกก็ทำให้บรรดาๆ พี่ป้าน้าอาต่างหลายเสน่ห์น้องน้อยกันไปและพร้อมใจจะทำตัวเป็นแม่ยกคอยสนับสนุน 

 

ภาพลักษณ์หนุ่มน้อยและน้องชายที่น่าเลี้ยงดู? 

 

นี่เป็นภาพลักษณ์ใหม่ล่าสุดที่สรรหามาหลอกผู้ชมอย่างเราๆ กัน แล้วมันก็ได้ผลเสียด้วยเพราะน้องๆ แต่ละคนช่างน่ารักน่าเลี้ยงเสียนี่กระไร หน้าตาจิ้มลิ้ม รูปร่างผอมบาง รอยยิ้มสดใสออดอ้อน มาพร้อมกับแฟชั่นนำสมัยอินเทรนด์สุดขั้ว โอย... อะไรมันจะน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ จะบอกว่านี่เป็นภาพลักษณ์ที่ทำให้คนเกลียดไม่ลง แถมไม่กล้าหมั่นไส้อีกต่างหาก ภาพลักษณ์ของน้องๆ มีลักษณะประนีประนอมมากกว่า สุภาพอ่อนโยน และเข้าถึงตัวได้ง่ายกว่าของซูเปอร์จูเนียร์เสียอีก คือถ้าเทียบซูเปอร์จูเนียร์เป็น “เพื่อนผู้ชายที่แสนเฮฮา” น้องๆ ชายน์นี่ก็เปรียบได้กับ “น้องชายข้างบ้านที่แสนน่ารัก” ด้วยอายุที่ยังไม่ทันจะบรรลุนิติภาวะบวกกับรูปร่างหน้าตาน่ารักน่าชัง จึงทำให้อดไม่ได้ที่จะอยากลูบหัวหรือโอบกอดให้หายมันเขี้ยว และภาพลักษณ์แบบนี้นี่เองที่ทำให้บรรดาแฟนคลับต่างการอยากรอดูการเจริญเติบโตของน้องๆ อย่างใจจดใจจ่อ ดูสิว่าน้องๆ จะโตมาเป็นหนุ่มหล่อแบบไหน ดังจะเห็นได้จากอัลบั้มล่าสุดที่น้องๆ ออกมาเด้งริงดิงดงให้ใจเต้นกันนั่นแหละ พอหนุ่มน้อยน่ารักเปลี่ยนเป็นหนุ่มกำลังโตผู้นำแฟชั่นก็ยิ่งทำให้แฟนๆ อยากติดตามเข้าไปใหญ่ว่าชุดต่อไปน้องๆ จะโตขึ้นไปเป็นแบบไหนอีกนะ? เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ชาญฉลาดสุดๆ ที่สามารถดึงแฟนๆ ให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของพวกเขาได้เรื่อยๆ กับภาพลักษณ์ที่แสนบรรเจิดนี้เอาไปเลย 9/10 

 

ความสามารถที่ดีพร้อมของสมาชิกในวง? 

 

เนื่องจากชายน์นี่เป็นคลื่นลูกใหม่ ดังนั้นเลยจะเห็นได้ว่าตั้งแต่วันแรกที่เดบิวต์จนถึงวันนี้นั้นน้องแทบจะไม่ “ลิปซิงค์” เลยถ้าไม่จำเป็น อาจด้วยเพราะสถานการณ์ในช่วงนี้บีบบังคับให้ต้องทำแบบนั้น เพราะบอยแบนด์ในช่วงหลังๆ นั้นมีออกมากันจนเกลื่อนวงการ แต่กับบอยแบนด์ที่ดีแต่ทำหน้าตาดีไปวันนั้นๆ ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดเท่าไหร่ ดังนั้นแล้วบอยแบนด์รุ่นใหม่ที่ออกมาทำตลาดต้องเป็นบอยแบนด์ที่พร้อมจะร้องและเต้นกันสดๆ ได้ทันทีโดยไม่เกี่ยงงอน นี่เป็นเรื่องจำเป็นไปเสียแล้ว แต่น้องๆ ฉายแสงก็ทำได้ดีสำหรับในหัวข้อนี้ ตั้งแต่เปิดตัวมาวันแรกยันวันนี้น้องๆ ร้องซิงค์กันแทบนับครั้งได้ ถ้าไม่เพราะเครื่องเสียงไม่อำนวยก็เพราะสถานที่ไม่อำนวย ชายน์นี่ถือเป็นวงที่มีพลังในการแสดงสดมากอีกวงหนึ่ง การแสดงของพวกเขาบนเวทีนั้นเกือบจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ สมาชิกทั้ง 5 คนนั้นเฉลี่ยแล้วมีความสามารถใกล้เคียงกันราวกับได้คัดสรรและฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ในเรื่องของเสียงร้องนั้นสมาชิกมากถึง 4 ใน 5 มีเสียงร้องที่เข้าขั้นดี หนึ่งในนั้นก็คือน้องเป็ดจงฮยอนที่มีเสียงร้องที่อยู่ในระดับดีมากๆ และเป็นอีกคนหนึ่งที่พวกกูรูบ่นเสียดายในความสามารถเป็นหนักหนา เพราะคิมบลิงคนนี้มีดีพอที่จะสามารถเป็นศิลปินเดี่ยวได้เลย แต่ในขณะเดียวกันก็เอ่ยปากชมว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะเสียงของน้องช่วยขับดันให้เพลงของชายน์นี่มีความโดดเด่นขึ้นมากโข ส่วนเสียงรองอย่างน้องหู้อนยูและน้องคีย์นั้นจัดอยู่ในขั้นดีแต่ควรจะพัฒนาปรับปรุงต่อไปอีกเรื่อยๆ เพราะลูกเล่นและเทคนิคในการร้องนั้นยังห่างจากน้องจงพอสมควร ดังนั้นแล้วหากว่าตั้งใจฝึกฝนไปเรื่อยๆ คิดว่าจะสามารถดึงเอาส่วนดีๆ ออกมาได้อีกเยอะ และคนที่น่าทึ่งที่สุดก็คือน้องแทมิน ไม่น่าเชื่อว่าพลังเสียงของน้องในตอนนี้จะเป็นคนๆ เดียวกับแทมินที่ยังคุมเสียงของตัวเองไม่อยู่ในเพลงซันโซกับอามีโก้ จริงๆ ถ้าน้องแทมได้รับการฝึกฝนที่ถูกต้องเป้นอย่างดีน้องจะสามารถมีน้ำเสียงที่ทั้งใสแล้วก็ทรงพลังได้ไม่แพ้น้องจงเลย ดังนั้นชายน์นี่ได้เปรียบในเรื่องนี้ ด้วยอายุที่ยังน้อยยังมีเวลาที่จะสามารถพัฒนาศักยภาพในทุกๆ ด้านได้อีกนาน ส่วนในเรื่องการเต้นนั้นไม่ต้องพูดถึง อยู่ในระดับดีเท่าเทียมกันทุกๆ คน ที่ดูโดดเด่นกว่าคนอื่นก็คือน้องแทมที่มีความสามารถในเรื่องการเต้นในรูปแบบที่หลากหลาย ส่วนอีก 4 คนที่เหลือก็นับว่าอยู่ในระดับที่จะสามารถพัฒนาได้อีกเรื่อยๆ มีที่น่าเป็นห่วงหน่อยก็คือน้องหู้ น้องอาจจะป้ำๆ เป๋อๆ เต้นผิดท่าผิดทางไปบ้าง แต่ถ้าน้องปรับปรุงตรงจุดนี้ได้ก็จะกลายเป็นไอดอลที่มีความสามารถครบเครื่องได้ไม่ยาก ดังนั้นแล้วกับความสามารถที่เป็นเลิศเหล่านี้เอาไป 9/10 คะแนน 

 

อื่นๆ กับ SHINee 

 

วงชายน์นี่นั้นมองผิวเผินค่อนข้างจะมีอะไรหลายๆ อย่างที่เป็นไปในทิศทางเดียวกับทงบัง จึงไม่แปลกเลยที่จะถูกบอกว่านี่เป็นทงบังรุ่นที่ 2 ของทางค่าย แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปกว่านั้นก็จะสามารถมองเห็นความแตกต่างได้ไม่ยากนัก ชายน์นี่เป็นวงที่ออกแบบมาให้มีความทันสมัยและโดดเด่น ดังนั้นแล้วอะไรแปลกๆ ล้ำๆ ที่คนอื่นเห็นแล้วอาจจะตกใจในความแหวกแนว แต่ชายน์นี่กลับนำมันเอามาใช้ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นล้ำๆ สไตล์การเต้นที่ประยุกต์มาจากสไตล์เก่าในอดีต หรือแม้กระทั่งภาพลักษณ์ “หนุ่มกินหญ้า” ที่ทั้งผอมบางและสูงเพรียว ซึ่งในจุดนี้ชายน์นี่ไม่ใช่แค่บอยแบนด์แต่ยังเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่น รวมไปถึงสมาชิกในวงก็เริ่มจับงานชิ้นอื่นๆ เช่นการแสดงซิทคอมและพิธีกร รวมไปถึงการเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าชายน์นี่มีการทำงานที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เหมือนทีมงานได้เก็บข้อมูลและได้ทำการปรับปรุงรายละเอียดปลีกย่อยของชายน์นี่ให้ดีขึ้น เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้เราก็คงจะสามารถพบเห็นชายน์นี่ได้ทั้งปีอย่างแน่นอน สรุปแล้วก็ได้ไป 8/10 คะแนน 

 

รวมคะแนน 9+9+8 เป็น 26 คะแนนเต็ม 30           

 

 

เอาล่ะ... จบไปแล้วสำหรับการปอกเปลือกอย่างคร่าวๆ แบบลวกๆ ไม่ได้เจาะลึกอะไรมากมายนัก ก็เขียนไว้ให้อ่านกันเล่นๆ มีข้อเสนอแลกเปลี่ยนอะไรก็ยินดีรับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดกันได้ตามสะดวก อยากรู้ความเห็นของทุกคนเหมือนกันนะว่าคิดเห็นเป็นอย่างไร ส่วนคะแนนที่ให้ไว้นั้นไม่ได้หมายความว่าวงไหนเหนือกว่า ถึงคะแนนจะออกมาเป็นอย่างไรแต่ก็เชื่อวงที่ทุกคนรักก็คงจะยังเป็นที่หนึ่งในใจเสมอใช่ไหมล่ะ? ส่วนตัวเราเองก็มีวงในดวงใจ ดังนั้นสิ่งที่เขียนเอาไว้ไม่ใช่คำตัดสินและไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง มันเป็นแค่ “ความเห็นของคนๆ หนึ่งเท่านั้น” อย่าได้เก็บไปคิดมากให้ปวดสมอง เอาล่ะ.... เจอกันอีกครั้งวันหน้านะฮับ บ๋ายบาย ^-^  

edit @ 7 Dec 2009 00:32:17 by ATP_Kun~

edit @ 7 Dec 2009 00:32:59 by ATP_Kun~