เพราะวันนี้ว่าง.... ว่างสุดๆ แบบไม่มีอะไรทำนอกจากนั่งๆ นอนๆ ก็เลยนั่งเล่นกับ Google แบบไม่ได้คิดอะไร เสิร์ชอะไรเล่นไปเรื่อยๆ แล้วก็เกิดความคิดขึ้นว่า... "ถ้าเสิร์ชชื่อตัวเองจะเป็นไงหว่า?" ก็เลยใช้ชื่อ "ATP_Kun~" ลองเป็นชื่อแรก...

 

ผลที่ได้ก็ทั่วไป เป็นหน้าเพจที่ได้ไปสมัครสมาชิกตามบอร์ดต่างๆ แล้วก็เป็นคอมเม้นต์เก่าๆ ที่เคยเม้นต์เอาไว้หลายๆ ที่ ไม่ต่างจากที่คาดเอาไว้เท่าไหร่ แต่ที่สะดุดตาได้ทันที่คือมีมือดีนำบทความที่เคยเขียนเล่นๆ ในบล็อคนี้ออกไปเผยแพร่ต่อข้างนอกโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่แม้แต่จะทิ้งเครดิตไว้

 

http://atpblog.exteen.com/20080221/suju-talk

 

สืบเนื่องมาจากบทความนี้ที่เขียนเอาไว้เมื่อปีที่แล้ว เกี่ยวกับเรื่องการเต้นของหนุ่มๆ ซุเปอร์เกินโหลที่เขียนแก้เซ็ง ในวันว่างๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากบุคคลภายนอกแบบถล่มทลายขนาดนี้ ดีใจไหม? ก็มีบ้าง... โกรธไหม? นิดหน่อยนะ... มันก็บทความขำๆ อะไรกับมันหนักหนา มิน่าเล่าถึงได้มีคอมเม้นต์ไร้สติสตังมาทิ้งข้อความเรี่ยราดไม่น่ามองแบบนั้นไว้ ไม่ต้องห่วง ลบทิ้งไปหมดแล้ว ไม่ปล่อยให้ระคายสายตาเอาไว้หรอก

 

นี่เป็นประสบการณ์ตรงครั้งแรกที่ถูก "ขโมย" ของที่เก็บเอาไว้ในที่เกือบๆ จะส่วนตัวแล้วเชียว รู้อย่างนี้เอาลงตามบอร์ดต่างๆ เองไปตั้งนานแล้ว ไม่มานั่งดูย้อนหลังให้แอบเซ็งเล่นๆ แบบนี้ เริ่มเข้าใจคนที่โดนขโมยฟิกขึ้นมาแล้ว ง่ายดีเนอะ.... ทั้งๆ ที่เรากลั่นกรองอยู่ตั้งนานกว่าจะเอามาลงได้ แต่ไอ้คนเอาไปก็แค่กดก๊อปปี้แล้วก็เอาไปวางไว้ให้คนต่อๆ ไปดู แล้วคำแก้ตัวที่ได้ยินอยู่ร่ำไปก็คือ "ก็แค่อยากให้เพื่อนได้ดูได้อ่านด้วย ผิดเหรอ?"

 

ผิดสิวะ... ถามได้....

 

ขอหยาบคายเล็กน้อย... อย่ามาทำเป็นไร้เดียงสา ขโมยของเขาออกไปก็แย่แล้วนะ นี่ยังเอาไปฉายซ้ำ แถมยังไม่ลงเครดิตไว้อีกต่างหาก มีหลายคนที่ๆ เอาสิ่งที่เราเขียนไว้ทำไว้ไปใช้แต่ก็ยังมีน้ำใจลงเครดิตบอกไว้ ก็ยังดีที่ยังขอบคุณกันบ้าง แต่อีกหลายๆ ที่น่าเคืองใจมากที่เอาออกไปใช้แบบมักง่ายแบบนั้น แล้วกล้าทวงคอมเม้นต์ด้วยเหตุผลที่ว่าหาข้อมูลนี้มาอย่างยากลำบาก อยากได้กำลังใจ.... กล้าพูดด้วยนะ.... ยกนิ้วให้เลย... กล้าจริงๆ

 

จะเอาออกไปทำไมในเมื่อมันไม่ใช่ของตัวเอง อยากให้เพื่อนอ่านก็ส่งลิงค์ไปให้เพื่อนดูสิ ยากตรงไหน? กดก๊อปปี้แล้วเอาไปลงที่อื่นยังยากกว่านี้อีก ทีเรื่องยากๆ แบบนี้ขยันทำกันเสียเหลือเกิน

 

ถามว่าทำไมไม่อยากให้เอาออกไป? เพราะนี่เป็นบทความที่ "เขียนเอามัน" มากกว่าจะเป็นบทความจริงจังที่สามารถเอาให้ใครดูก็ได้ คำที่ใช้เขียนก็เลยกะเอาตัวฉันสนุกสนานเต็มที่ ผลก็อย่างที่เห็น... มีหลายคนตามกลับมาต่อว่าที่บล็อคเลยด้วยซ้ำ ก็นะ... ลบทิ้งไปตามระเบียบ ปล่อยเอาไว้ให้รกหูรกตาทำไม สิ่งที่เขียนเอาไว้นั้นเป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับความเรียลที่ชอบจะอ้างกันแต่อย่างใด ก็ตาฉันเห็นแบบนั้นฉันก็มีสิทธิ์จะเขียน รับไม่ได้ก็ไม่ต้องทิ้งคอมเม้นต์ไว้ ปิดหน้าเพจไปได้เลย ไม่ต้องเอาไปขยายความต่อ ขอบคุณที่อยากช่วย แต่ไม่ต้อง

 

บล็อคนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว ไม่ชอบและเห็นต่างจากที่เขียนเชิญออกไปได้เลย ไม่ต้อนรับ ไม่ต้องมาทิ้งถ้อยคำไม่น่าอ่านเรี่ยราดไว้แถวนี้ พวกแฟนคลับขาดสติก็ไม่ต้องมาเสนอตัวว่าฉันรักของฉัน ฉันไม่ชอบคำพูดเธอ ก็แล้วไง? ไม่ชอบก็ไสหัวออกไป ไม่ต้องมาแสดงความเจ๋งที่นี่ ที่นี่ไม่ต้องการความเจ๋ง ต้องการความเห็นที่จริงใจเท่านั้น แต่ต้องทิ้งข้อความเอาไว้ด้วยภาษามนุษย์ที่มีการศึกษาและเป็นสุภาพชนเท่านั้น ภาษาต่างด้าวต้องแปลไทยเป็นไทยไม่ต้องเขียน ขี้เกียจลบ แล้วก็ข้อความประเภทอย่ามาว่าคนนั้นคนนี้ของฉันก็ไม่ต้องมาคายทิ้งไว้ ไม่ได้อยากรับรู้ บอกแล้วว่าที่เขียนไปเพราะต้องการเขียนเล่นๆ สนุกๆ เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทำให้ขัดเคืองใจ และมีคำขอโทษแนบไปไว้แล้วด้วย ดังนั้นคราวหน้าไม่ต้องมีน้ำใจเอาบทความของที่นี้ไปขยายความข้างนอก ถ้าอยากได้กรุณาทิ้งข้อความบอกเอาไว้ด้วย แต่ขอเถอะ อย่าเอาออกไปเลย ยอมรับว่าไม่ใช่คนปากดีอะไรขนาดนั้น แต่ก็รู้ตัวเองดีว่าบางอย่างที่เขียนออกไปคงมีคนไม่ชอบอยู่เหมือนกัน ต่างคนต่างจิต ต่างคนต่างใจ ของแบบนี้มันห้ามความรู้สึกกันไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ขอความกรุณาอย่าเอาออกไปเลย

 

อันที่จริงแล้วไม่ได้หวงอะไรขนาดนั้น แต่ในเมื่อมันเกิดผลแบบนี้ก็ต้องป้องกันไว้ อยากได้อะไรในนี้ไปใช้บอกได้ ใช้ได้เลย แต่ขอให้บอกและทิ้งเครดิตไว้ด้วย ยิ่งถ้าเป็นบทความที่เขียนเอามันอย่างนี้แล้วด้วย หากจะเอาออกไปวางที่ไหนกรุณบอกกล่าวกันสักหน่อย ถ้าให้ได้ก็จะให้เอาออกไปใช้เลย จะไม่ว่าสักคำ แค่นั้นแหละที่ต้องการ

 

ที่จริงเรื่องนี้ไม่ใช่อะไรใหญ่โตนะ แต่แค่เซ็งๆ เพราะคอมเม้นต์เด็กๆ บางคนเท่านั้น อ่านไปก็อย่าไปซีเรียสเลย

 

เจ้าของบล็อคไม่ดุ ไม่กัด เพราะฉีดยาแล้ว...? ไม่ใช่และ... ไม่ดุไม่กัด แต่อย่ากัดมาก่อนนะ ถึงคราวนั้นล่ะได้เห็นแบบดุสมใจแน่... ^-^

 

ปล. อัพบล็อครายวัน ว่างจริงๆ นะ ยิ่งแก่ยิ่งว่างหรือเปล่าเนี่ย? เฮ้อ....

edit @ 22 Nov 2009 14:56:28 by ATP_Kun~

[Jimusho-TaLK] Orthros no Inu & Missing to .....

posted on 21 Nov 2009 23:20 by atpblog  in Jimusho-TaLK

*ปัดฝุ่น* บล็อคร้าง บล็อคเน่า บล็อคเก่า บล็อคกระเหรี่ยง *เช็ดถูๆ*

 

ไม่ได้อัพบล็อคมาได้สักพักแล้ว แต่วันนี้นึกครึ้มอยากอัพ เนื่องจากได้ดูละครเรื่องหนึ่งแล้วเกิดประทับใจขึ้นมากระทันหัน 2 วันดูจบทั้งหมด 9 ตอน โอ้แม่เจ้า.... มันสนุกมาก หยุดไม่ได้เลย เรื่องที่กำลังเกริ่นอยู่นี่คือเรื่อง Orthros no Inu ที่นำแสดงโดย 2 นักแสดงดังพี่น้องร่วมค่ายอย่างเฮียกี้ (ฮิเดอากิ ทาคิซาว่า) กับเรียวจัง (เรียว นิชิคิโด) ร่วมด้วยน้องฮิคารุ ยาโอโทเมะ และนักแสดงนำสาวเพียงหนึ่งเดียว อาซามิ มิซึคาว่า

 

สารภาพตามตรงว่าเก็บข้าวเก็บของหนีตามผู้ชายหน้าตาดีวงซูเปอร์เกินโหลไปนั่งกินของปิ้งย่างมานาน 3 ปีกว่าๆ แล้ว และก็เป็นเวลา 3 ปีกว่าๆ ที่แทบไม่ได้ติดตามข่าวสารของบ้านเก่าแดนอาทิตย์อุทัยเลยแม้แต่น้อย มีทั้งเพื่อนและแฟนฟิคเก่าๆ หลายคนคอยทั้งทวงทั้งกร่นด่าว่าเมื่อไหร่ถึงจะย้ายสำมะโนครัวกลับมาเสียที แต่ต้องยอมรับตรงนี้เลยว่ารับปากไม่ได้ว่าจะกลับไปติดตามฝั่งนู้นเหมือนเดิมได้หรือเปล่า เพราะทุกวันนี้แม้กระทั่งไอดอลฝั่งเกาหลีเองก็เริ่มได้ดูน้อยลง เพราะเริ่มต้องมีอย่างอื่นให้ทำมากขึ้น แอบเสียใจเหมือนกันว่าเวลาที่จะได้นั่งจมอยู่กับความสุขเล็กๆ น้อยๆ มันกำลังจะลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ

 

แต่แล้ววันก็ได้มีโอกาสไปหาละครกับคอนเสิร์ตมานั่งดู ซื้อเก็บเอาไว้เยอะ แต่ไม่มีปัญญามานั่งดู เลยได้ฤกษ์ดูเสียที และเรื่องที่ถูกเลือกก็คือ Orthros no Inu เรื่องนี้นี่แหละ เลือกด้วยความลำเอียงล้วนๆ เมื่อเห็นหน้าปกโชว์ใบหน้าอันแสนน่าดึงดูดของผู้ชายหน้าตาดีจนน่าหมั่นไส้ 2 คน ดังนั้นจึงตัดสินใจเปิดซองออกแล้วส่งแผ่นเข้าเครื่องเล่นทันทีแบบไม่รั้งรอ

 

ถึงปากจะบอกว่าชอบดูน้องๆ ผู้ชายเกาหลีหน้าตาน่ารักๆ ขาวๆ สูงๆ แต่เชื่อหรือไม่ว่าแทบจะไม่ดูหนังและละครเกาหลีเลย เหตุผลก็เพราะพล็อตมันเดิม มีตัวละคร 4 ตัวเหมือนกันหมดทุกเรื่อง มีพระเอก นางเอง พระรอง นางรอง และกว่า 80% พระเอกจะเป็นคนรวยที่แทบไม่ต้องทำอะไรมันก็มีกินมีใช้ไปทั้งชาติ ซ้ำยังหน้าตาหล่อ สูงยาวเข่าดี ชาติตระกูลสูงส่ง กิริยามารยาทก็แสนจะเฟอร์เฟ็ค มีสมบัติผู้ดีติดตัว ต่างจากนางเอกผู้อาภัพ ต้องปากกัดตีนถีบ เห็นข้าวปลาอาหารวางตรงหน้าก็ต้องพยายามยัดพยายามเขมือบให้ดูน่าเอ็นดูน่าสงสาร แถมท่าทางเธอก็ยังเหมือนคนติ๊งต๊ิองเปิ่นเฟอะฟะให้ดูน่ารัก เนื้อเรื่องก็วนไปวนมาอยู่แค่การฝ่าฝันให้พบกับรักแท้ พอใกล้ๆ จะสมหวังก็ดันป่วยเป็นโรคร้ายแรงเสียอย่างนั้น ล่อให้คนดูเสียน้ำตาได้อีกเป็นถังๆ จนสุดท้ายความรักก็สามารถเอาชนะความเจ็บป่วยได้ สุดท้ายคนทั้งคู่ก็ครองรักกัน อะไรจะปั้มซ้ำได้เหมาะเจาะขนาดนี้ หนังเกาหลีทุกเรื่องแทบไม่เคยเปลี่ยนพล็อต ดูปุ๊บก็แทบจะเดาเนื้อเรื่องได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นและจะจบลงอย่างไร ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บอกลาหนังละครเกาหลีไปนานมาก

 

กลับมาที่พระเอกของเราในวันนี้ Orthros no Inu เป็นละครอีกเรื่องที่พอดูจบแล้วถึงกับต้องยกนิ้วให้ โอ้.... พล็อตมันเจ๋งมาก ตัวเรื่องบอกเล่าถึงความรู้สึกและความเป็นไปของจิตใจมนุษย์ได้หมดเปลือก คนเรามันก็เท่านี้ เท่านี้จริงๆ เป็นละครแนวดราม่า-แฟนตาซีที่ดีมากๆ อีกเรื่องหนึ่ง ใครมีเวลาแนะนำให้ไปหามาดู อาจจะดูยากไปนิด แต่จะไม่รู้สึกอะไรเลยถ้าได้มองคนหน้าตาดีอย่างเฮียกี้และเรียวจัง ล้อเล่นๆ มันค่อนข้างดูยากจริงๆ ถ้าไม่ชอบแนวนี้จะรู้สึกเบื่อไปเลย แต่เชื่อได้ว่าหลายๆ คนหากตั้งใจดูจริงๆ จะต้องได้รับอะไรดีๆ หลายอย่างไปจากละครเรื่องนี้แน่นอน

 

ต่อไปนี้คือการสปอยล์ ถ้าไม่อยากเสียอรรถรสในการดู กรุณาข้ามไปได้เลย

 

.

 

.

 

ตัวเรื่องสะท้อนความเป็นสีขาวสีดำที่สังคมจงใจป้ายเอาไว้ให้ออกมาชัดเจน เฮียกี้ในเรื่องรับบทเป็นนักโทษรอประหารชื่อริวซากิ ชินจิ ถูกคุมขังเอาไว้ในคุกมานานถึง 10 ปีส่วนนิชิเรียวจังเล่นเป็นอาจารย์มัธยมผู้มีจิตใจงดงามที่ชื่ออาโออิ เรียวสุเกะ แต่เหมือนโชคชะตาเล่นตลก นักโทษประหารที่รอเวลาตายนั้นกลับเกิดมาพร้อมมือที่สามารถรักษาบาดแผลหรือโรคอะไรก็ได้ให้หายขาดได้ด้วยการสัมผัสไปที่ร่างกายเท่านั้น และเมื่อใครๆ ที่ได้เห็นถึงความสามารถอันนี้ก็พากันขนานนามมือของเขาว่าเป็น "หัตถ์ของพระเจ้า" ผู้ซึ่งน่าจะเป็นความหวังให้กับมวลมนุษยชาติได้ ส่วนอาจารย์หนุ่มผู้มีจิตใจอ่อนโยนนั้นกลับได้รับสิ่งที่ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง มือของเขานั้นสามารถปลิดวีพใครก็ได้เพียงแค่เขาแตะมือลงไปเท่านั้น คนผู้นั้นก็จะเสียชีวิตทันที จนถูกขนานนามว่าเป็น "หัตถ์ยมทูต" เท่านี้ก็พอจะทราบแล้วว่าสีขาวสีดำในเรื่องที่หมายถึงคือใคร ด้วยความสามารถในการรักษาผู้คนในสังคมต่างออกมาเรียกร้องให้เขาออกรักษาผู้คนที่ทุกทรมาน และออกเดินขบวนประท้วงที่รัฐาบาลคิดจะเก็บพลังของเขาเอาไว้ใช้เพียงแค่กลุ่มคนของตนเอง เขากลายเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อร้องขอชีวิตใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการขอร้องธรรมดาๆ ไปจนถึงการขู่จะระเบิดโรงพยาบาลในตัวเมืองทิ้งหากไม่ยอมรักษาคนที่ฝ่ายนั้นต้องการ เป็นตัวแทนของคนธรรมดาๆ ที่สังคมตั้งใจสาดสีขาวใส่อย่างเต็มที่ด้วยหวังจะได้มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น แต่กลับกันอาจารย์หนุ่มที่น้ำใจแสนงามคนนั้นกลับถูกคนที่ล่วงรู้ภึงพลังของเขาหวาดกลัว เกลียดชัง และไม่กล้าแม้แต่จะจับมือทักทายกัน เป็นคนธรรมดาอีกคนที่ถูกกลุ่มคนในสังคมสาดสีดำใส่โดยไม่แม้แต่จะสามารถแก้ตัวได้ ถูกขู่บังคับให้ต้องฆ่าคนโดยไม่สามารถขัดขืนได้ เนื้อเรื่องบีบให้เราได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วคนเราก็เท่านี้แหละ เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ เห็นแก่ประโยชน์ และพร้อมจะเหยียบใครก็ได้เพื่อขึ้นให้ถึงจุดสูงสุดของความปรารถนาของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีที่กำลังห่ำหั่นเพื่อชิงเก้าอี้นายกที่ยอมใช้ทุกวิถีทางเพื่อสร้างฐานคะแนนให้กับตัวเอง หรือแม้แต่คนไข้ที่กระหายปาฏิหารย์จากหัตถ์พระเจ้าเพื่อให้ตนเองและคนสำคัญมีชีวิตรอดจนยอมลุกขึ้นมาไล่หมอพยาบาลออกไปจากโรงพยาบาลหลังจากที่เฮียกี้ของเราประกาศว่าจะรักษาทุกคนในโรงพยาบาลให้ และเมือตำรวจจะเข้าควบคุมสถานการณ์ก็พร้อมใจกันเอามีดจ่อคอตัวเองเป็นการขู่ว่าหากตำรวจบุกเข้ามาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชีวิตผู้ป่วยทั้งหมดที่สูญเสียไป แต่ที่สุดเราจะได้เห็นความจริงว่าพระเจ้าไม่ได้ลำเอียง เมื่อวันที่พวกเขาทั้ง 2 คนทราบถึงพลังของตัวเอง เขาก็ถูกสังคมโดดเดี่ยวเอาไว้เบื้องหลังทันที เป็นความอ้างว้างที่ไม่อาจร้องขอให้ใครช่วยได้ ไม่มีใครเลยที่จะจริงใจด้วย ทุกคนที่เจอก็หวังเพียงแต่จะได้ใช้พลังที่น่าอัศจรรย์นี้เท่านั้น บทสรุปของเรื่องเป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ ในบางเวลาเราอาจหลงืลมมันไปได้ว่าแท้ที่จริงแล้วพลังเหล่านั้นมันไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลย หากถูกนำไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง ฉากที่เด็กๆ ปฏิเสธที่จะให้ใช้หัตถ์พระเจ้ารักษาโรคของพวกเขา แต่ให้รักษาคนอื่นๆ แทน พวกเขาทนได้หากว่ามันจะทำให้ผู้ที่ต้องการพลังนั้นมากกว่าพวกเขาหายทรมานจากการป่วยไข้ พวกเด็กๆ ก็ยินดีจะสละโอกาสนั้นไป ทำให้ต้องหันย้อนกลับมามองตัวเองว่าเราลืมจิตใจที่ดีงามเหล่านี้ไปหมดหรือยัง? ลืมความรู้สึกที่ได้เห็นผู้อื่นมีความสุขไปหมดแล้วหรือเปล่า? เกือบลืมไปแล้วจริงๆ ทุกวันนี้มีแต่จะต้องฟาดฟันห่ำหั่นกันเพื่อจะขึ้นไปให้สูงกว่าใครๆ แต่เราคงลืมไปแล้ว ว่าเมื่อใดที่เราขึ้นถึงยอดเมื่อไหร่ ก็จะไม่สามารถมองหาใครๆ ได้อีก เพราะเราได้เหยียบย่ำผ่านมาจนไม่เหลือใครอีก ทั้งนี้ทั้งนั้นละครเรื่องนี้ต้องให้เครดิตกับนักแสดงนำสาวเพียงคนเดียวของเรื่อง เธอแสดงได้ดีมาก เป็นผู้หญิงที่ทั้งเข้มแข็งแล้วก็แข็งแกร่งมาก เธอสามารถยอมรับได้อย่างกล้าหาญว่าเธอก็หวังอยากจะได้พลังจากหัตถ์พระเจ้าเพื่อรักษาโรคของลูกของเธอให้หายไป แต่เธอก็บอกว่ามันไม่ถูกต้องเลยที่จะทำแบบนั้น หากว่านี่เป็นโชคชะตา คนเราก็จำเป็นต้องเผชิญกับมันอย่างกล้าหาญ ไม่ใช่หาทางลัดแบบนี้ ตอนจบของเรื่องก็เป็นไปตามคาด ตามสไตล์ญี่ปุ่น ที่ต่งคนต่างก็ไปดำเนินชีวิตของตนเองต่อไป แต่รอยยิ้มของ 2 ตัวนำทำให้อดยิ้มตามไปไม่ได้ ถึงแม้จะไม่มีพลังแล้วแต่ก็ยังสามารถใช้ชีวิตต่อไป รอยยิ้มแบบนี้... ดีจริงๆ

 

เป็นละครที่ดีจริงๆ ดีใจมากที่มีโอกาสได้ดูละครดีๆ แบบนี้ วันนี้เลยรู้สึกอิ่มเป็นพิเศษ ได้นั่งทบทวนอะไรไปเรื่อยๆ ด้วย ชีวิตที่สามารถรู้สึกได้ถึงความสุขเนี่ย.... ดีจริงๆ นะว่าไหม?

 

ละครญี่ปุ่นอาจเรียบเกินไป แต่อยากให้ได้สังเกตว่าละครของเขามีที่มาจากพื้นฐานความเป็นจริงในชีวิต สะท้อนการใช้ชีวิตในแบบของคนทั่วๆ ไปที่เราจะพบเห็นได้ทั่วทุกมุมเมือง ตัวละครทุกตัวจับต้องได้ เป็นคนธรรมดาทั่วไปที่ใช้ชีวิตไปตามปรกติ ไม่ได้ร่ำรวยล้นฟ้า แล้วก็ไม่ได้ยากจนข้นแค้นจนเกิดจริง มันเป็นละครที่สะท้อนความเป็นไปของสังคมได้ดี จึงอยากแนะนำให้ดู เชื่อเถอะว่าคุณจะได้อะไรดีๆ จากละครญี่ปุ่นไปไม่น้อย  

 

สุดท้ายแล้ว คิดถึงเรื่องราวที่ได้ติดตามเมื่อหลายๆ ปีก่อนมากๆ ไอดอลญี่ปุ่นหลายคนที่เคยได้ติดตามเรื่องราวของพวกเขา ตอนนี้รู้สึกคิดถึงมากๆ คิดถึงจับใจเลยทีเดียว วันนี้ที่ได้เห็นเฮียกี้ในจอก็ยิ่งรู้สึกคิดถึงเข้าไปใหญ่ จะมีโอกาสกลับไปติดตามเรื่องราวเหล่านี้อีกไหมนะ? ตอบไม่ได้เหมือนกัน แต่รู้ว่าตอนนี้ทั้งคิดถึงแล้วก็ทั้งมีความสุขที่ได้เห็นอีกครั้ง เป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ได้ ไม่มีตัวตน และสัมผัสไม่ได้ แต่ทำให้มีความสุขได้ ละครญี่ปุ่นมักทำให้เรารู้สึกดีอย่างนี้ได้เสมอ ดังนั้นก็เลยได้แต่ภาวนาของให้ญี่ปุ่นทำละครดีๆ แบบนี้ออกมาเรื่อยๆ จะคอยติดตามเท่าที่จะทำได้เลย    

 

ปล. ใกล้จะถึงวันเกิดโนะแล้ว ถ้าว่างจะมาอัพบล็อคให้ เค้ายังไม่ลืมวันเกิดโนะนะ จำได้ๆ ถึงแม้เค้าจะหลงน้องๆ หนุ่มๆ เกาหลีก็เถอะ แต่ยังไงเค้าก็ยังรักรอยยิ้มของโนะนะ แล้วก็ยังจำมันได้ติดตาด้วย คิดถึงโนะนะ ^-^  

[TaG] Fiction

posted on 17 Aug 2009 16:45 by atpblog  in TaG
นึกครึ้มถึงได้มาอัพ หลังจากอุทิศชีวิตให้กับงานมาเกือบ 3 อาทิตย์ เหมือนชีวิตไม่เคยได้อ่านฟิกเป็นเรื่องเป็นราวเลย T^T จำไม่ได้แล้วว่าไม่ได้เขียนฟิกมานานเท่าไหร่แล้ว ก็คงต้องรอให้ว่างก่อนถึงจะกลับมาเขียนได้อีก วันนี้ที่พอจะมีเวลาว่างเลยมานั่งเล่นแทคแทน ^-^

 

.

 

.

 

 

1. เป็น Writer หรือว่า Reader  - เป็นทั้ง 2 อย่างมาเกือบจะ 10 ปีแล้ว ^-^

 

 

2. อ่านฟิควงไหนบ้าง - เยอะมากกกก ถ้าไล่มาก็คงเริ่มตั้งแต่ Harry Potter, F4, KAT-TUN, T&T, Arashi, V6, KinKi Kids, Kanjani8, NEWS, TVXQ, Super Junior ปัจจุบันกำลังหลงไหลได้ปลื้มกับฟิก SHINee 

 

 

3. เขียนฟิควงไหนบ้าง - เอาเท่าที่เคยเขียนคือ Harry Potter, F4, KAT-TUN, T&T, KinKi Kids, Kanjani8, TVXQ และ Super Junior จบบ้างไม่จบบ้างก็ว่ากันไป ^-^ 

 

 

4. ชอบคู่ไหนมากที่สุด - เอาเฉพาะคู่ที่ชอบคือ คังอินxคยูฮยอน, ซีวอนxคยูฮยอน, โจวมี่xคยูฮยอน, เฮนรี่xคยูฮยอน, แจจุงxชางมิน, ยุนโฮxชางมิน, จงฮยอนxแทมิน, มินโฮxแทมิน, จินxจุนโนะสุเกะ, ทักกี้xซึบาสะ และ โดโมโตะxโดโมโตะ 

 

 

5. เหตุผลที่ชอบ -  เป็นความชอบส่วนตัวที่ตัวศิลปิน มันเลยลามปามมาที่ฟิกชั่น ไม่เกี่ยวกับความเรียลหรือความเหมาะสมอะไรทั้งสิ้น

 

 

6. ทำไมถึงมาเขียนฟิค - อ่านของคนอื่นแล้วเกิดความคิดว่าถ้าเป็นฉัน ฉันจะแต่งแบบนี้ ไม่แต่งแบบนี้หรอก ไมถูกใจเสียเลย  คิดได้ดังนั้นจึงเริ่มแต่งฟิกเองด้วยประการละฉะนี้ 

 

 

7. เขียนฟิคมาแล้วกี่เรื่อง - เกือบครึ่งร้อย ถ้านับทุกสัญชาติที่เคยเขียน  

 

 

8. เขียนฟิคมานานแค่ไหน - ประมาณเกือบ 10 ปี 

 

 

9. เรื่องแรกที่เขียนคือ.. - มันนานมากแล้ว เป็นฟิกชั่น Harry Potter ซึ่งลืมชื่อมันไปแล้วเรียบร้อย คิดว่าถ้าหากยังเสิร์ชเจอก็จะกลับมาอีดิทชื่อให้ก็แล้วกันนะฮับ ^^"

 

10. ชอบฟิคเรื่องไหนของตัวเองมากที่สุด -  L.I.F.E  คู่  จินxจุนโนะสุเกะ เป็นฟิกชั่นเรื่องยาวเรื่องแรกและเรื่องเดียวที่เขียนจบ  เป็นฟิกที่ไม่มีเอ็นซีมาเรียกเรทติ้ง และเป็นฟิกที่มีความเป็นดราม่าจัดอย่างที่อยากได้ แต่ก็เป็นอะไรที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร  ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็คงอยากจะแก้ไขอะไรใหม่สักนิดหน่อยเพื่อให้ดีเท่าที่ใจต้องการ

 

 

11. เพราะอะไร - เป็นฟิกชั่นเรื่องยาวเรื่องแรกและเรื่องเดียวที่เขียนจบ  เป็นฟิกที่ไม่มีเอ็นซีมาเรียกเรทติ้ง และเป็นฟิกที่มีความเป็นดราม่าจัดอย่างที่อยากได้ แต่ก็เป็นอะไรที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร  ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็คงอยากจะแก้ไขอะไรใหม่สักนิดหน่อยเพื่อให้ดีเท่าที่ใจต้องการ

 

 

12. ถ้าจะแนะนำฟิคตัวเองให้คนอื่นอ่าน จะเลือกเรื่องไหน - เอาเรื่องไหนดี? ไม่รู้เหมือนกัน รู้สึกว่ามันก็เหมือนๆ กันหมด หลังๆ ถึงเพิ่งจะมาฉีกแนวของตัวเองด้วยการเขียนอะไรสั้นๆ และหวานกุ๊กกิ๊กนิดหน่อย แต่ถ้าให้แนะนำคงเป็นเรื่อง L.I.F.E ฟิกเรื่องนี้ไม่มีเอ็นซีและไม่มีฉากรักหวานแหวว เป็นแค่ฟิกที่สะท้อความเป็นไปของตัวละครธรรมดาๆ เท่านั้น

 

 

13. เพราะอะไร - ฟิกเรื่องนี้ไม่มีเอ็นซีและไม่มีฉากรักหวานแหวว เป็นแค่ฟิกที่สะท้อความเป็นไปของตัวละครธรรมดาๆ เท่านั้น

 

 

14. มีนักเขียนฟิคในดวงใจไหม - มี... พี่นา Ringo (Hikarina) ไม่เคยอ่านฟิกของใครแล้วรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อน ภาษาเป็นธรรมชาติ ไม่ได้สวยหรูระดับบทประพันธ์ แล้วก็ไม่ได้สมัยใหม่จนเป็นฟิกวัยรุ่น จะว่ายังไงดี เป็นภาษาที่ทำให้เรารู้สึกดีที่ได้อ่าน เป็นภาษาเรียบง่ายที่สวยงาม เสียดายที่ไม่ได้ติดต่อกันแล้ว แล้วก็แอบเสียดายที่พี่นาคงไม่มีเวลาว่างพอจะมาแต่งฟิกอีกแล้ว T^T เสียดาย ส่วน... พักหลังมานี่ก็เริ่มรู้สึกว่าฟิกของคุณนิ (Eternal Rainy) สามารถทำให้เราคิดถึงการแต่งฟิกของพี่นาขึ้นมา ทั้งสองคนนี้มีสไตล์การเขียนที่ต่างกันค่อนข้างมาก แต่ก็ทำให้เรารู้สึกว่าภาษาที่เรียบง่ายไม่ได้ทำให้เนื้อเรื่องต้องน่าเบื่อตามไปด้วย ตรงกันข้ามคุณนิเป็นคนที่ใช้ภาษาเรียบง่ายได้เก่งมากจนทำให้เนื้อเรื่องน่าติดตาม ขนาดที่เราเองมานั่งเฝ้าหน้าจอเช้าเย็นเพื่อจะรออ่านผลงานของคุณนิเลยทีเดียว  

 

 

15. ที่ชอบมากที่สุดคือใครล่ะ - พี่นา Ringo (Hikarina)   

 

 

16. ทำไมถึงชอบ - ทุกตัวอักษรที่พี่เคยเขียนไว้เป็นอะไรที่เราจำมันได้เป็นอย่างดีถึงแม้เวลาจะผ่านมานานมากแล้ว ก็อย่างที่บอกไป เป็นนักเขียนที่ใช้ภาษาเรียบง่ายได้ดีมากๆ อยากจะทำให้ได้อย่างนั้นบ้าง แต่ก็คงต้องพยายามต่อไป เพราะรู้สึกตัวว่าเดี๋ยวนี้เขียนฟิกได้แย่ลง

 

 

17. ถ้าให้เรียงลำดับฟิคชั่นที่ชอบมากที่สุด มาสัก 5 เรื่องล่ะ พร้อมเหตุผลด้วย - มีหลายเรื่องที่เป็นความทรงจำที่ดีนะ ถึงแม้ตอนนี้อาจจะเริ่มลืมๆ มันไป แต่ถ้าได้หยิบมันมาอ่านอีกครั้งก็จะรู้สึกว่าคิดถึง ไม่อยากจัดอันดับ เพราะรู้สึกว่าทุกเรื่องที่อ่านมันก็ดีแตกต่างกันไป รักและชอบฟิกชั่นทุกๆ เรื่อง ดังนั้นขอข้ามคำถามนี้ไปนะฮับ ^-^  

 

 

 

18. ตอนนี้อยากเขียนฟิคแนวไหนมากที่สุด - แนวดราม่าทั่วไป ไม่ใช่โรแมนติดดราม่านะ  ไม่ค่อยจะเกี่ยวกับรักๆ ใคร่ๆ เท่าไหร่ แค่อยากเขียนเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตทั่วๆ ไป เท่านั้น แต่ก็ไม่แน่ วันดีขึ้นดีอาจจะลุกขึ้นมาเขียนโรแมนติดราม่าแบบชิงรักหักสวาทก็ได้ ใครจะไปรู้ ^^"

 

 

19. เพราะอะไร - อยากเขียนอะไรที่มันเป็นไปได้ในชีวิตของคนธรรมดาๆ สักหนึ่งคน เป็นพวกจินตนาการไม่สูงนัก ดังนั้นพวกแนวแฟนตาซีหรือโรแมนติดจัดๆ ก็คิดไม่ออกเหมือนกัน ตอนนี้คิดไว้แล้วเรื่องนึง แต่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เขียนเมื่อไหร่  

 

 

20. ชอบอ่านฟิคแนวไหนที่สุดล่ะ - ก็ดราม่าอีกนั่นแหละ แต่ช่วงนี้เริ่มรู้สึกว่าอยากจะอ่านอะไรที่มันน่ารักๆ ขึ้นมาบ้างแล้ว  

 

 

21. ฟิคแบบไหนที่จะไม่อ่านเลย - ฟิกที่ใช้ภาษาวิบัติแต่ง ถ้าเขียนผิดแค่คำสองคำก็ไม่นับนะ แต่บางเรื่องจงใจเขียนให้เป็นแบบนั้น ซึ่งอ่านแล้วมันปวดหัว ต้องแปลภาษาต่างด้าวให้เป็นภาษาปกติ อีกอย่างคือฟิกวายที่แต่งให้ตัวเองนุ่มนิ่มยิ่งกว่าหญิงสาวผู้บอบบางก็ไม่อ่าน มีความรู้สึกผู้ชายจริงๆ มันจะไม่เป็นแบบนี้ ถึงแม้จะเป็นฝ่ายรับก็เถอะ นอกเสียจากจะแต่งให้เป็นกระตอยเต็มตัว

 

 

22. เคยคิดจะเลิกเขียนฟิคไหม - คิดทุกวัน แต่พออารมณ์ดีๆ ก็พบว่าตัวเองมักจะมานอนนึกถึงพล็อตฟิกเรื่องใหม่ๆ ทุกที

 

 

23. เพราะอะไร - หลักๆ คือหลังๆ เริ่มไม่ว่าง ตั้งแต่เรียนจบยิ่งไม่ว่างเข้าไปใหญ่ แค่งานก็เหนื่อยแล้ว

 

 

24. แล้วชอบเขียนฟิคแนวไหน -แนวดราม่าทั่วไป อย่างที่บอกไปแล้วในข้างต้น

 

 

25. ถ้าให้หาคำจำกัดความ ฟิคของตัวเองจะใช้คำไหน - ฟิกเรื่อยๆ  

 

 

26. เพราะอะไรล่ะ - มันก็เรื่อยๆ ตามความเป็นไปของชีวิตนั่นแหละ ชีวิตคนเราจะเอาอะไรมาหวือหวาตื่นเต้นได้ทุกวันล่ะจริงไหม?

 

 

27. คิดยังไงกับฟิคตัวเองตอนนี้ - ช่วงนี้ไม่ค่อยได้แต่ง แต่ก็รู้สึกว่าฟิกของตัวเองที่แต่งเมื่อเร็วๆ นี้ค่อยๆ กลับสู่ความเรื่อยๆ เอื่อยๆ อีกครั้งหลังจากมันเคยน่ารักกุ๊กกิ๊กอยู่พักหนึ่ง 

 

 

28. มีเพื่อนเป็นไรเตอร์บ้างไหม - เคยมีเยอะ แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีเวลาติดต่อกันก็หายๆ ไปบ้่าง นับที่ยังพอรู้จักก็สักไม่เกิน 5-10 คน   

 

 

29. สักกี่คน? - นับที่ยังพอรู้จักก็สักไม่เกิน 5-10 คน   

 

 

30. ชอบเพื่อนไรเตอร์คนไหนมากที่สุด - เพื่อนกันก็รักกันทุกคน ไม่มีรักใครมากใครน้อยหรอก   

 

 

31. มีแฟนฟิคกะเค้ามั่งป่ะ - มีนะ.. เท่าที่เห็น คนเก่าๆ ก็มักจะมาเม้นฟิกให้เสมอ ขอบคุณนะฮับ ^-^   

 

 

32. ชอบแฟนฟิคคนไหนมากที่สุด - รักทุกคนเท่ากัน จริงๆ นะ เพราะมีคนอ่านที่เข้ามาติชมถึงได้มีฟิกเรื่องต่อๆ มาอีกเรื่อยๆ แต่ค่อนข้างประทับใจคอมเม้นของพี่หยก (adiana) นะ  

 

 

33. ทำไมถึงเลือกคนนี้ - คือจะบอกว่าเ็ป็นคอมเม้นที่ทำให้รู้ตัวเองว่าเขียนอะไรลงไปบ้าง เพราะจะมีคำติติงแนบมาด้วยเกือบทุกครั้ง ก็เลยทำให้รู้สึกว่ายังมีที่ๆ ให้เราปรับปรุงอีกเยอะเหมือนกัน

 

 

34. พูดถึงฟิคแล้ว คิดถึงอะไร - การเล่าเรื่อง เป็นการเล่าเรื่องจากคิดและรังสรรค์มันขึ้นมาจากจินตนาการ การอ่านฟิกในบางครั้งก็สามารถทำให้รู้ว่าเกิดอะไขึ้นกับชีวิตของผู้แต่งได้เหมือนกัน

 

 

35. ถ้าเกิดสักวันนึง มีคนมาลอกฟิคเรา จะรู้สึกยังไง - ขอบคุณนะ แต่วันหลังไม่ต้องก็ได้ ^-^ แต่งเองไม่ภูมิใจกว่าหรือ?  

 

 

36. ถ้าตอนนี้ให้เลือกเพลงสักเพลงมาเขียน Song Fic จะเลือกเพลงอะไร - Bu rang wo de yan lei pei wo guo ye (ไม่ยอมให้น้ำตาอยู่เป็นเพื่อนฉันจนข้ามคืน) เป็นเพลงที่น้องโจคยูเอามาร้องใหม่เพื่อตอบแทนแฟนเพลงคนหนึ่งที่ให้ซีดีเพลงนี้แก่น้องตอนที่ไปทำกิจกรรมที่ประเทศจีน ความหมายของมันเจ็บมากๆ เจ็บจนตอนแปลเพลงนี้ถึงกับร้องเฮ้ยออกมาดังๆ ว่าเจ็บถึงขนาดนี้เลยหรือ?   

 

 

37. เพราะ ? - ความหมายของมันเจ็บมากๆ เจ็บจนตอนแปลเพลงนี้ถึงกับร้องเฮ้ยออกมาดังๆ ว่าเจ็บถึงขนาดนี้เลยหรือ? ถ้าได้เอามาเขียนฟิกก็คงให้น้องเป็นตัวเอกเหมือนเดิมนั่นแหละ คิดพล็อตเอาไว้แล้ว เหลือแค่ลงมือแต่งเท่านั้น  

 

 

39. ถ้าพูดถึงฟิค "ในแบบของตัวเอง" ล่ะ นึกถึงเพลงอะไร - ไม่มีนะ

 

 

40. เพราะอะไร - ในการแต่งฟิกแต่ละครั้งอารมณ์เพลงที่นึกถึงก็ต่างกันไป อีกอย่าง... บางครั้งที่แต่งฟิกก็แทบจะไม่ได้นึกถึงเพลงที่จะเอามาประกอบด้วยซ้ำไป  

 

 

41. ถ้าตอนนี้จะเขียนฟิคสักเรื่อง จะตั้งชื่อเรื่องว่าอะไร - Happiness    

 

 

42. ทำไมล่ะ - อยากมีสถานที่สักที่หนึ่งที่เราจะสามารถเรียกได้ว่าเป็นความสุขของเรา คิดว่าถ้ามีเวลาว่างฟิกเรื่องนี้ก็คงได้ฤกษ์ลงมือเขียนสักที

 

 

43. แล้วถ้าให้เขียนฟิคเพื่อใครสักคน ตอนนี้จะเขียนให้ใคร - ให้ตัวเอง ^-^

 

 

44. ทำไม - ทุกครั้งที่แต่งก็เพราะตัวเองทั้งนั้น มันคงแปลกที่จะแต่งให้ใครสักคนโดยหวังว่าเขาจะชอบ คิืดแต่จะเขียนอะไรที่ตัวเองอยากเขียนแล้วให้คนอ่านชอบที่ตัวเองเขียนมากกว่า  

 

 

45. ความสำคัญของฟิค ที่มีต่อชีวิตตอนนี้ - มาก!! ถึงขั้นเรียกว่าติด!!! เป็นความสุขเพียงไม่กี่อย่างของชีวิตในทุกวันนี้แล้ว  

 

 

46. ตอนนี้ดองฟิคเรื่องไรไว้มั่ง? - เพียบ นับไม่หมดหรอก  

 

 

47. เรื่องล่าสุดที่เขียนไปล่ะ -  Super Market Part 2 (Siwon x Kyuhyun)

 

 

48. อยากฝากอะไรใครป่ะ - ไม่มีหรอก ^-^  

 

 

49. อยากบอกตัวเองในตอนนี้ ว่ายังไง - อยากทำชีวิตให้ดูเป็นเรื่องเป้นราวมากกว่านี้นะ แต่ก็ยังไม่ไปถึงไหนเลย  

 

 

50. ข้อสุดท้ายมีไว้ทำไร - ตอบแทกนี่ก็เพลินดีนะ เพิ่งรู้ ^-^

 

 

ไม่แทกต่อนะ เพราะเอามานั่งทำแก้เซ็งแค่นั้น ใครผ่านไปผ่านมาอยากเล่นก็ตามความสมัครใจเลยนะฮับ ขอบคุณทุกคนที่หลวมตัวเข้ามานั่งอ่านอะไรเรื่อยๆ เปื่อยๆ แบบนี้

edit @ 22 Nov 2009 00:44:31 by ATP_Kun~