[SuJu-TaLK] HBD My Geng

posted on 09 Feb 2010 00:20 by atpblog in SuJu-TaLK

นั่งเล่มคอมรอเพื่อจะอัพเลยนะเนี่ย เป็นครั้งแรกเลยที่ผมจะอัพบล็อคอวยพรวันเกิดให้เิกิง ^-^ พ่อคนจีนที่แสนซื่อ (บื้อ) ของผม ครึๆๆๆๆ

 

(ผมเลือกภาพนี้มาแปะเพราะผมรู้หรอกว่ามันเป็นความภูมิใจสูงสุดของเกิง ใช่ไหมล่ะ!!!)

 

หลายคนอาจจะไม่เชื่อหรือลืมไปแล้วว่าฮันเกิงนี่แหละเป็นรักแรกพบของผมในเอสเจ คงเป็นเพราะว่าผมเอาแต่พร่ำเพ้อถึงน้องโจ ก็เลยหาว่าผมสนใจแต่น้องรักของผม ^^"

 

อาจเพราะเกิงเป็นคนจีน ครั้งแรกที่ผมเห็นเกิงจึงมีความรู้สึกว่าเกิงแปลกและแตกต่างไปจนเพื่อนๆ น้องๆ ในวง

 

เกิงเป็นคนที่สามารถถูกหลอกได้โดยไม่สงสัยหรือเอะใจอะไรเลยว่าตัวเองกำลังจะโดนต้ม

 

เกิงเป็นคนที่หัวเราะได้น่าประทับใจมาก เสียงหัวเราะของเกิงจริงใจโคตรๆ เลย 

 

เพราะเกิงเป็นคนน่ารักแบบนี้ ผมจึงเก็บข้าวเก็บของย้ายสำมะโนครัวมาอยู่และติดตามผลงานของเอสเจอย่างไม่ลังเล ผมชอบความน่ารัก ผมชอบความเฮฮา และผมขอบความสบายๆ ที่สามารถจับต้องได้มากกว่า ผมจึงรักเอสเจมากกว่าที่เคยรักอีกวงนึง รักกมากกว่าหลายเท่าเลยล่ะ กล้าพูดอย่างนั้น....

 

ผมชอบเอสเจเพราะเกิง และตอนนี้ผมก็เสียใจเพราะเกิง....

 

ผมไม่กล้าตำหนิเกิงหรอก โอกาสในชีวิตใครก็อยากจะไขว่ตว้ามาครอบครอง แล้วผมก็ไม่อยากตำหนิทางค่าย อย่างที่ผมเคยบอกไปแล้ว ถ้าผมเป็นค่ายผมก็คงไม่ยอมให้สินค้าในค่ายดื้อด้าน ผมเคารพเหตุผลของทั้งสองฝ่าย มันเป็นเรื่องของเวลาและโอกาส เมื่อมาถึงฝ่ายไหนช่วงชิงมันไปได้ ฝ่ายนั้นก็ชนะสมใจ เท่านั้นเอง

 

ผมแค่เสียใจ... ว่าตอนนี้ผมไม่ได้เห็นหน้าค่าตาเกิงเลย ไม่ได้รับข่าวคราว ไม่ทราบความเป็นไป และไม่รู้ว่าวันข้างหน้าผมจะยังได้เจอเกิงอีกไหม? เพราะผมรักเกิง เกิงทำให้ผมรักเอสเจ เกิงเป็นคนพิเศษอีกคนหนึ่งสำหรับผมในเอสเจ

 

เอลฟ์หลายคนตำหนิความโหดร้ายของค่าย และเอลฟ์บางส่วนก็ตำหนิการตัดสินใจของเกิง ส่วนผม... ผมไม่กล้าอ้างตัวหรอกว่าผมเป็นเอลฟ์ ผมไม่ได้พร้อมจะรักและทุ่มเทให้พวกเขามากมายขนาดนั้น แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็เป็นแฟนคลับคนหนึ่งที่คอยติดตามผลงาน 

 

"คนที่จะคอยดื่มเหล้ากับผมในเวลาที่เหนื่อยล้าเขาไม่อยู่แล้ว
คนที่จะคอยหัวเราะอยู่ข้างผมเวลาที่ผมดีใจเขาไม่อยู่แล้ว
คนที่จะคอยร้องไห้ไปกับผมเวลาที่ผมเสียใจเขาไม่อยู่แล้ว
คนที่จะคอยต่อปากต่อคำอยู่ข้างๆผมในทุกๆวันเขาไม่อยู่แล้ว"

 

"ฝึกที่จะเดินคนเดียว"

 

คิมฮีเขียนมันเอาไว้ในบล็อคของเขา ผมว่าผมเข้าใจความรู้สึกของคิมฮีนะ ไม่มีใครเสียใจกับเรื่องมากไปกว่าตัวเกิงเองกับเพื่อนๆ และน้องๆ อีก 12 คน รวมไปถึงน้องรับเชิญโปรเจ็คพิเศษอีก 2 คนด้วย

 

ถึงจะเดินคนเดียวอย่างยากลำบากแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องเดินต่อไปอยู่ดี ไม่ว่าจะยังอยู่ข้างๆ กันหรือไม่ ยังไงก็ต้องดำรงชีวิตต่อไปอยู่ดี ไม่ว่าเขาจะอยู่ไกลแค่ไหนก็ตาม สุดท้ายภาพความทรงจำต่างๆ ที่มีร่วมกันมาก็ยังคงจะอยู่ในใจอยู่ดี

 

แล้วจะนั่งโศกเศร้าเสียใจทำไม? จะมัวต่อว่ากันทำไม? จะฟูมฟายโวยวายให้ได้อะไรขึ้นมา?

 

ผมรักเกิงนะ.... แล้วผมก็พร้อมจะยอมรับทุกการตัดสินใจของเกิง ถ้าหากว่าผมจะโชคดี... ผมคิดว่าผมคงจะได้มีโอกาสติดตามผลงานของเกิงต่อไป ไม่ว่าจะในชื่อของ "ซูเปอร์จูเนียร์" หรือในชื่อของ "หานเกิง" คนเดียว หรือชื่ออื่นๆ ก็ตาม 

 

ปีนี้เป็นปีแรกที่ผมอัพบล็อคให้เกิง แล้วผมก็หวังว่าในปีต่อๆ ไปผมก็จะยังมีโอกาสได้มาอัพบล็อคเรื่องของเกิงอีกเรื่อยๆ ถ้าการตัดสินใจแบบนี้จะทำให้ชีวิตของเกิงดีขึ้น ผมจะดีใจมากเลยทีเดียว เพราะมันเป็นการตัดสินใจของเกิง ดังนั้นแล้วก็ขอให้ตั้งใจทำในสิ่งที่ตัวเองเลือกให้ดี ผมเอาใจช่วยเต็มที่ 

 

น้องโจรักเกิงมากนะ ถึงจะเป็นเด็กปากเสีย แต่ผมเชื่อว่าน้องเป็นคนที่รักและเป็นห่วงเกิงไม่น้อยไปกว่าคนอื่นๆ เลย ถึงน้องจะเข้ามาคนสุดท้าย แต่น้องก็รักเกิงไม่แพ้ใครเลยทีเดียว เพื่อนๆ และน้องๆ คนอื่นในวงก็รักเกิงมากนะ อย่าปล่อยให้พวกเขาคาใจแบบนี้ล่ะ ติดต่อส่งข่าวคราวให้เขาด้วยนะ เพื่อนที่ดีและเพื่อนที่คอยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเราหาไม่ได้ง่ายๆ เลยนะในสังคมสมัยนี้น่ะ

 

 

 

 

มีความสุขมากๆ นะเกิง รักษาสุขภาพให้ดี ดูแลตัวเองให้มากๆ แล้วก็ตั้งใจทำงานด้วย ผมขอให้ปีนี้และในทุกๆ ปีของเกิงมีแต่เรื่องดีผ่านๆ เข้ามา ผมคิดถึงเสียงหัวเราะและรอยยิ้มน่ารักๆ ของเกิงมากๆ ดังนั้นแล้วช่วยยิ้มเยอะๆ แล้วก็มีความสุขให้มากๆ ผมเอาใจช่วยและจะคอยส่งกำลังใจให้เสมอ เป็นเกิงที่น่ารัก สดใส และสนุกสนาน เหมือนอย่างเคย พยายามต่อไปนะ ^-^

 

 

~~~ 我是真的真的真的很想你!!!!

 

"Even a beast don’t bite the hand that feeds one"

กลายเป็นคำจุดประเด็นในรอบหลายวันมานี้เลย กับการอัพไซที่ดูจะพอเหมาะพอเจาะเสียเหลือเกินในเวลานี้ของน้องคยู

 

ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่ามันเป็นถ้อยคำที่ดีนะ ถ้าไม่นับนัยสำคัญอะไรที่แฝงมากับถ้อยคำนี้ด้วยนะ เป็นถ้อยคำเตือนสติที่ดีมากจริงๆ

 

"แม้แต่สัตว์ยังไม่กัดมือของผู้ให้อาหาร"

 

แม้จะดูเป็นถ้อยคำที่ค่อนข้างรุนแรง แต่ความหมายของมันทั้งลึกซึ้งแล้วก็เต็มไปด้วยความห่วงใย คนเราหากเปรียบเทียบกับสัตว์แล้วก็ถือว่าเรานั้นมีสมองที่ใหญ่กว่า ชาญฉลาดกว่า และมีสามัญสำนึกที่สัตว์เดรัจฉานทั่วไปไม่มี ก็เลยมักจะมีคำกล่าวว่าคนเราแท้ที่จริงแล้วก็คือสัตว์ประเสริฐที่มีความรู้สึกนึกคิดอันสามารถไตร่ตรองรู้ผิดรู้ชั่วได้

 

ดังนั้นแล้วสัตว์ที่แม้ไม่มีสำนึกรู้ผิดรู้ชอบ ก็ไม่เคยกัดมือของผู้ที่ให้อาหารมัน เป็นการเสียดสีสัตว์ประเสริฐที่พอได้ดีแล้วก็มักจะลืมบุญคุณผู้ที่เคยชุบเลี้ยงและให้การดูแล หันหลังหนีเขาไปหรือไม่ก็หันกลับมาแว้งกัดเขาเสียอีก

 

อย่างที่เคยพูดในเอนทรี่ที่แล้ว เราคงไม่สามารถตำหนิอะไรฮันเกิงได้.... ไม่สามารถตำหนิน้องคยูได้.... แต่เราก็ไม่สามารถตำหนิทางค่ายได้เหมือนกัน... สารและสื่อที่เราได้รับและได้เสพอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั้น จริงเท็จมากแค่ไหนไม่มีใครรู้ เพราะไม่มีใครอยู่ในเหตุการณ์ และไม่ใช่คนที่เกี่ยวข้อง อย่าเอาความเป็นแฟนคลับมาอ้าง แฟนคลับก็คือ "คนนอก" ดีๆ นี่แหละ ถ้าจะยอมรับความจริงกันได้ เราไม่มีส่วนในความคิด การตัดสินใจ หรือสิทธิ์ใดๆ ในตัวศิลปินทั้งสิ้น ดังนั้นแล้วการตัดสินใจใดๆ ที่เกิดขึ้น เหล่าศิลปินมีสิทธิและเสรีภาพในการตัดสินใจทุกอย่าง

 

ส่วนตัวเรา... มีความเห็นและคำตอบอยู่แล้วในใจเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ แต่ก็อย่างที่บอก เคารพความคิดและการตัดสินใจของทุกคน ดังนั้นในความเห็นของตัวเราเองก็เป็นสิ่งที่เรามีสิทธ์ที่จะคิดตราบใดที่มันไม่ได้หลุดหรือล้ำออกไปทำลายความรู้สึกหรือทำร้ายใครให้เสียหาย

 

แต่อย่าลืมนะว่า "แม้แต่สัตว์ยังไม่กัดมือของผู้ให้อาหาร"    

 

แม้ว่าคนให้อาหารเราคนนั้นจะเลวร้ายอย่างไร แต่บุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่เคยได้รับมานั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันก็ได้ช่วยให้เรามีชีวิตได้มาจนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นแล้วโอกาสที่ทางค่ายได้เคยหยิบยื่นให้นั้นก็ถือเป็น "อาหาร" ทีทำให้มีวันนี้ได้เช่นกัน

 

อดทนนะเกิง.... พยายามผ่านวิกฤตตรงนี้ไป.... อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้เราได้มีความแข็งแกร่งมายิ่งขึ้น.... ดังนั้นถ้าได้เลือกแล้วว่าจะต่อสู้ก็ต้องทำให้ดีที่สุดโดยที่ต้องไม่นึกเสียใจภายหลัง.... คนเราหากเลือกแล้วก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาโดยไม่อาจปฏิเสธได้ ก็เชื่อว่าเกิงจะผ่านมันไปได้ แม้อาจจะบาดเจ็บบ้าง แต่ก็จะสามารถยืนหยัดต่อไปได้ในวันต่อๆ ไป

 

ไม่สามารถพูดได้ว่าเข้าใจคยู.... แต่เชื่อในเจตนาของความเป็นพี่น้องร่วมวงที่น้องพยายามจะสื่อออกไป แต่ว่านะ... ทางชีวิตของคนเรามีทั้งถูกและผิด ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเลือกเดินทางไหน แต่ถ้าเขาเลือกทางเดินไปแล้ว ไม่ว่าถูกหรือผิด... เราก็ทำได้แค่ยอมรับทางที่เขาเลือกเท่านั้น แม้ว่าทางที่เลือกมันจะผิด แต่ในทุกเส้นทางย่อมมีหนทางแก้ไข อาจต้องใช้เวลานาน อาจต้องบาดเจ็บ แต่ก็ต้องทนยอมรับเพราะมันเป็นสิ่งที่ได้เลือกแล้วด้วยตนเอง 

 

จะบอกว่าปีนี้เป็นปีวินาศสันตะโรของเอสเอ็มก็ได้ ต่อจากนี้เป็นต้นไปก็อาจต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอีกเรื่อยๆ ดังนั้นแล้วก็คงต้องค่อยๆ แก้ปัญหากันไป การเซ็นสัญญากับค่ายและการเซ็นสัญญากับทุกๆ ที่ล้วนหมายถึงการที่คุณยอมรับเงื่อนไขที่เขาได้กำหนดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นก่อนการเซ็นสัญญาทุกครั้งต้องไตร่ตรองดูให้ดี ไม่ใช่แค่เรื่องศิลปินค่ายเอสเอ็ม แม้แต่เรื่องใกล้ตัวอย่างการขอบัตรเครดิต การยื่นขอจำนงสินทรัพย์ แม้แต่การจองเช่าหอพัก นี่เป็นสิ่งสำคัญที่คนเรามักไม่เคยตระหนักถึง ว่าแค่การจรดปากกาเซ็นชื่อลงไปบนกระดาษบางๆ ใบหนึ่งมันก็อาจจะเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตไปได้

 

จบประเด็นดีกว่า เดี๋ยวมันจะร้อนฉ่าไปมากกว่านี้ ยังรักเกิง รักน้องคยู และรักเอสเจอยู่เสมอ และจะมีความสุขมากหากว่าจะได้เห็นทุกๆ คนต่อไปอีกเรื่อยๆ ผมยังไม่เคยเห็นทะเลแซฟไฟร์บลูเลย ถ้าผมจะยังพอมีโชคอยู่บ้างสักวันผมคงได้เห็นมัน ฮ่าๆ

จะว่าไปเพลงนี้ก็วางแผงได้สักระยะแล้ว แต่เนื่องด้วยช่วงที่ออกแรกๆ นั้นไม่ได้สนใจจะติดตามเท่าไหร่ อาจเพราะกำลังหลงแสงสีกับน้องๆ ชายน์นี่ จึงละเลยในการติดตามผลงานใหม่ๆ ของหลายๆ วงและหลายๆ คน ผ่านไปสองเดือนเศษถึงได้มีโอกาสไปหาซิงเกิ้ลของคู่หูโซลเมทมานั่งฟังได้แบบเป็นเรื่องเป็นราวเสียที

 

ความรู้สึกแรกที่ได้ฟังเพลงนี้นะหรือ.... มันช่างเหมาะกับคิมแจและปาร์คมิคเหลือเกิน.... ทั้งๆ ที่การฟังในครั้งแรกๆ นั้นไม่ได้สนใจทั้งเนื้อร้องและความหมาย ฟังเอารายละเอียดโดยรวมของเพลงเท่านั้น แต่มันให้ความรู้สึกที่ทั้งอบอุ่นและอ่อนโยนมากเหลือเกินเรียกได้ว่าฟังแล้วสามารถยิ้มออกมาได้ทันที

 

รู้สึกเหมือนกันไหมว่าคิมแจและปาร์คมิคเหมาะจะร้องเพลงอย่างนี้มาก.... มากกว่าเพลงอื่นๆ ที่ผ่านมาทั้งหมด ผมติดตามทงบังมานานพอสมควร อาจไม่สามารถเรียกตัวเองได้ว่าแคสฯ อาจไม่ได้รู้ลุกรู้ละเีอียดในเรื่องของเหล่าเทพในทุกๆ เรื่อง แต่เรื่องที่ผมมั่นใจว่าผมพอจะรู้จักพวกเขาดีก็คือเรื่องผลงานเพลงต่างๆ ที่ออกสู่สายตาประชาชนให้คนธรรมดาๆ อย่างผมได้ติดตามอยู่เรื่อยๆ และเพลงนี้ก็เป็นอีกเพลงหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าทั้งคิมแจและปาร์คมิคทำมันออกมาได้ดีเหลือเกิน ท่วงทำนองที่นุ่มนวล อ่อนโยน ฟังแล้วรู้สึกว่าสบายหูเหลือเกิน เพลงนี้ทำให้หลายๆ วันของผมผ่านไปได้อย่างผ่อนคลายมากขึ้นกว่าที่เป็น

 

ในตอนนี้ ที่ที่แห่งหนึ่ง มีคนคนหนึ่ง
ที่กำลังเจ็บปวด ที่กำลังรู้สึกเหงา จนไม่สามารถนอนหลับได้ในคืนนี้
เขาคนนั้นกำลังก้าวผ่านสิ่งนั้นไป จนกระทั่งได้พบกับแสงสว่าง...
ถ้าหากพวกเราก้าวไปด้วยกัน...
พวกเราจะสามารถเข้าสู่ห้วงนิทรา ไปพร้อมกับ
ท่วงทำนองและเสียงเพลงที่แสนไพเราะและความรัก...

 

พอเริ่มทำงาน เริ่มหลุดออกจากชีวิตการเป็นนักเรียนนักศึกษา โลกใบนี้มันก็ไม่ได้เต็มไปด้วยความสนุกสนานเหมือนอย่างเคย ไม่ได้ห้อมล้อมไปด้วนมิตรสหาย ไม่ได้มีครูอาจารย์คอยชี้แนะ คอยดุด่าตักเตือนเมื่อครั้งทำผิด ไม่ได้มีคนที่พร้อมจะปกป้องเราได้ทุกเมื่ออย่างพ่อแม่คอยอยู่เคียงข้าง หากว่าในช่วงเวลาที่ย่ำแย่แบบนั้น จะสามารถมีบางคนที่เข้าใจจิตใจเราอยู่ข้างๆ แค่นั่งเงียบๆ ฟังสิ่งที่เราพูด มันก็คงจะดี

 

เป็นเพราะความหวังของคนคนหนึ่ง พวกเราจึงอยู่ที่นี่
ถึงแม้ว่าสิ่งที่พวกเราได้รับ จะเป็นเพียงแค่สิ่งเล็กน้อย
หรือเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาเสี้ยววินาทีเดียวก็ตาม
พวกเรายังหวังที่จะเปลี่ยนหยดน้ำตาทุกหยดบนโลกใบนี้
ให้กลายเป็นรอยยิ้ม...

 

ท่วงทำนองแสนหวาน กับเนื้อเพลงที่มีความหมาย เหมือนจะบอกว่าถึงแม้จะทุกข์ แต่ว่าความหวังและความฝันของเราก็ยังคงต้องมีต่อไป แม้ว่าสิ่งที่ได้กลับมามันจะเป็นแค่สิ่งเล็กน้อย แต่ก็อยากจะให้เป็นสิ่งที่สามารถทำให้เรามีความสุขได้ ผมเอง... แม้จะทั้งเกลียดและเบื่อหน่ายกับที่ทำงานเก่า แต่ผมก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า ณ. สถานที่แห่งนั้นที่ผมเกลียดแสนเกลียด.... ครั้งหนึ่งผมก็เคยมีประสบการณ์ที่สนุกสนานและช่วงเวลาแสนสุขอยู่ที่นั่น ผมได้ยิ้ม... ได้หัวเราะไปพร้อมๆ กับเพื่อนที่อาจจะรู้สึกว่าเกลียด.... แต่ลึกๆ แล้วผมสนุกมากที่ได้รู้จักกับพวกเขา

 

รักกันไว้...และก้าวเดินไปพร้อมกัน
พวกเราเชื่อว่า เราจะสามารถส่งความรู้สึกที่ท่วมท้นเหล่านี้ออกไปได้
ตั้งแต่ตอนที่พวกเรายังไม่ได้เกิดมา...
พวกเรารู้อยู่แล้วว่าพวกเราจะได้เจอกัน
และพวกเราจะตามหาความฝันไปพร้อมๆกัน

 

 

ย่ำแย่ใช่หรือเปล่า? ผมไม่รู้.... ว่าลึกๆ แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทงบังในไม่กี่เดือนที่ผ่านมามันเกิดขึ้นเพราะอะไร? แล้วบทสรุปมันจะเป็นอย่างไร? กับหยาดน้ำตาและเสียงแห่งความห่วงใยของแฟนคลับ ผมรู้ว่าทั้ง 3 คนได้รับมัน และผมก็เชื่อว่าอีก 2 คนจะต้องรู้สึกถึงมัน ณ. ตอนนี้... ที่ความฝันของทุกคนหยุดชะงักไป ผมเชื่อ... ว่ามันเป็นเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับเด็กทั้ง 5 คนที่เคยมีความฝัันและเคยได้ร่วมก้าวเดินไปพร้อมๆ กัน ในช่วงเวลาหนึ่ง

 

ช่วงเวลาที่พวกเราสามารถสร้างเสียงที่ไพเราะขึ้นมาได้
เป็นช่วงเวลาที่พวกเราสามารถจะลืมความเจ็บปวดทั้งหมดที่ผ่านมา
เพราะคุณคอยอยู่เคียงข้างผมเสมอ...
คอยมอบกำลังใจและความหวังให้กับผม

 

แล้วทุกวันนี้ล่ะ? รู้สึกอย่างไรบ้าง? ผมไม่สามารถที่จะตำหนิทงบังทั้ง 3 คนได้.... แต่ผมก็ไม่สามารถที่จะตำหนิทางค่ายได้เหมือนกัน.... เพราะหากพูดตามความเป็นจริง ถ้าผมเป็นค่ายที่สร้างทุกคนขึ้นมา ผมก็ไม่มีทางยอมให้ "สินค้า" ในค่ายดื้อรั้นและแหกกฏที่เคยได้ตกลงร่วมกันไว้ แม้ว่ากฏนั้นมันจะดูไม่ยุติธรรมกับใครเลยก็ตาม....

 

อาจจะฟังดูโหดร้าย.... แต่มันคือเรื่องจริงที่ทุกคนควรยอมรับว่าทุกคนบนโลกนี้ล้วนเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว แต่ทว่า... หากว่าในความโหดร้ายนั้น.... จะทำให้เราได้พานพบกับความสุขบ้าง.... ทำไมถึงไม่ยอมรับมันไป... ผมไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ทั้ง 3 ยอมออกมาแตกหักกับคนที่สร้างเขาขึ้นมา.... แต่ผมรู้ว่าหากแก้วมันแตกไปแล้ว มันคงยากที่จะกลับมาประสานรอยร้าวได้ดังเดิม

 

ขอบคุณ
ขอบคุณเสมอมา ความรู้สึกที่เปล่งประกายเช่นนี้
ผมอยากกล่าวคำขอบคุณกับคุณ
คุณ คนที่สอนให้ผมรู้จัก
รู้จักที่จะคอยช่วยเหลือกันและกัน
รู้จักที่จะคอยส่งสายตาให้กันและกัน ...
และเพราะเหตุนั้น ผมถึงไม่เหงาอีกต่อไป...

 

ผมเสียดาย.... ช่วงเวลาต่อจากนี้ไปที่ผมจะไม่สามารถเห็นรอยยิ้มของทั้ง 5 คนได้พร้อมๆ กันอีก ในเมื่อตอนนี้ทั้ง 5 คนเลือกข้างแบ่งฝ่ายกันอย่างชัดเจนแล้ว คนเรา.... ถ้าหากเลือกที่จะทำอะไรแล้ว.... ต้องยอมรับผลที่จะตามมาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ทงบังชินกิที่ส่องสว่างมานานกว่า 5 ปีนั้น ไม่รู้ว่าผมจะได้มีโอกาสเห็นพวกคุณอีกหรือเปล่า? ดังนั้นแล้ว.... ขอบคุณมากสำหรับช่วงเวลาดีๆ ที่มีให้กันมาตลอด

 

ความรักมากมายที่เกิดขึ้นนั้น...
ถูกส่งผ่านไปทางท่วงทำนองที่แสนไพเราะ
ผมอยากจะส่งมอบความรักนี้ต่อไปและตลอดไป

เริ่มต้นจากที่นี่.....

รักกันไว้...และก้าวเดินไปพร้อมกัน
พวกเราเชื่อว่า เราจะสามารถส่งความรู้สึกที่ท่วมท้นเหล่านี้ออกไปได้
ขอบคุณ...ขอบคุณตลอดไป
ความรู้สึกที่เปล่งประกายเช่นนี้ เกิดขึ้นเพื่อคุณ

ความรักมากมายที่เกิดขึ้นนั้น
ถูกส่งผ่านไปทางท่วงทำนองที่แสนไพเราะ
ผมอยากจะส่งมอบความรักนี้ต่อไป และตลอดไป

 

ถ้าหากว่าต่อจากนี้ไปจะไม่มีทงบัง ผมก็รู้สึกได้อยู่เสมอว่าสิ่งที่เคยเกิดขึ้นนั้นจะสามารถทำให้ผมมีความสุขและยิ้มได้เสมอหากได้นึกถึง ทงบังเป็นความทรงจำที่ดีมากสำหรับผม ผมเคารพสิ่งที่ผมเขาตัดสินใจเสมอ และเชื่อว่าหากได้ตัดสินใจทำมันลงไปแล้ว พวกเขาต้องไม่เสียใจและต้องเผชิญหน้ากับมันอย่างกล้าหาญ แม้ว่าจะไม่ใช่ทงบังชินกิแห่งค่ายเอสเอ็มแล้วก็ตาม แม้ว่าจะไม่ใช่ทั้ง 5 คนเหมือนเดิมแล้วก็ตาม ผมก็ยินดีหากนั่นเป็นสิ่งที่เขาได้เลือกมันแล้ว และก็จะคอยอวยพรอยู่เสมอเพื่อที่จะให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้หลังจากได้เลือกทางเดินของตัวเองแล้ว

 

เพลงนี้.... ผมรู้สึกได้เลยว่ามันเป็นความสุขและความอบอุ่นที่ทั้ง 2 คนส่งมันมาให้ทุกคนที่ได้ฟัง เหมือนเป็นถ้อยคำให้กำลังใจแก่ทั้งตัวเองและคนรอบข้าง เป็นเพลงที่ดีที่สุดีอกเพลงที่ผมได้ฟัง สงสัยว่าทั้งคิมแจและปาร์คมิคอาจจะเกิดมาเพื่อร้องเพลงแบบนี้ก็ได้ มันถึงได้อบอวลไปด้วยความสบายใจแบบนี้ รอยยิ้มและเสียงที่เปล่งออกมาจึงทำให้ผมมีความสุขมากจริงๆ ที่ได้ฟังมัน

 

ดังนั้นแล้ว... ผมหวังเหลือเกินว่าผมจะได้มีโอกาสฟังน้ำเสียงที่สวยงามแบบนี้อีกครั้ง.... ไม่ว่าจะนาน ไม่ว่าจะผ่าน ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม.... ผมหวังจริงๆ ว่าผมจะเห็นสีสันที่สวยงาม เสียงเพลงที่ไพเราะ และท่วงทำนองที่อบอุ่นแบบนี้อีกครั้ง พยายามเขานะ.... ทงบังชินกิ

 

Credit Thai Trans : amien_x@chunjae-jaechun.net

edit @ 20 Dec 2009 16:43:13 by ATP_Kun~