[ATP_TaLK] HBD to my Yuki & Me
posted on 22 May 2010 00:34 by atpblog in ATP-TaLKเอทีพีทิ้งบล็อคไว้จนฝุ่นขึ้นอีกแล้ว ^^" แต่ครั้งนี้ผมมีเหตุผลนะ ผมได้งานทำแล้ว ก็เลยค่อนข้างยุ่งนิดหน่อย เลยไม่ได้เข้ามาขีดๆ เขียน บล็อคนี้เสียนาน
เข้ามาวันนี้ก็เพราะโอกาสพิเศษมาถึง วันครบรอบวันเกิดของยูกิกับตัวผมเอง ^__________________^ เกิดวันใกล้ๆ กัน แต่ปีห่างกันหกปี ครึๆๆ ไม่เป็นไร ยังไงผมก็ยังรักยูกิอยู่นะ
ปีนี้ยูกิอายุครบ 30 พอดีส่วนผมก็อายุครบ 24 ปีนี้เป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิตผมเลย ได้ข่าวว่ายูกิก็แต่งงานไปพักใหญ่แล้ว ไม่รู้จะมีลูกหรือยัง อยากเห็นหน้าจริงว่าลูกของยูกิจะหน้าตาเป็นยังไง ถ้าหน้าตาน่าัรักอย่างพ่อก็คงจะดีหรอก เหอะๆๆๆ
อวยพรยูกิก่อนก็แล้วกัน ไหนๆ ปีนี้ก็อายุครบ 30 แล้ว เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว ก็ขอให้ยูกิมีความสุขกับครอบครัวและหน้าที่การงานให้มากๆ ผมรักยูกินะ แล้วก็คิดถึงยูกิมากๆ ก็เลยหวังว่ายูกิจะมีความสุขกับชีวิตในแบบปุถุชนคนธรรมดาแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ รักษาสุขภาพให้มาก แล้วก็ใช้ชีวิตในแบบของยูกิให้คุ้มค่า ผมจะคอยเป็นกำลังใจเสมอนะ ถึงแม้จะไม่เคยรู้จักพบเจอกันเลยก็เถอะ ^_______^
ในที่สุดเอทีพีก็ได้งานทำแล้วครับทุกท่าน ไม่รู้ว่าจะบอกใครดี เพราะผมไม่มีแฟนคลับ (ฮา.....) ไม่หรอก บล็อคนี้ก็เหมือนเพื่อนผมคนนึง เป็นเพื่อนที่ดีมากๆ ด้วย เพราะผมมีอะไรผมก็เอามาบ่นลงในบล็อคนี้ตลอด ตอนนี้ที่ผมมีความสุขที่สุดผมก็เลยอยากจะเอามาลงบล็อคเอาไว้ด้วย
งานที่ผมได้เกิดจากญาติของผมได้ไปรู้จักพนักงานในาริษัทนั้นพอดี ก็เลยมีโอกาสได้ลองไปทดลองงานดูประมาณ 2 อาทิตย์ หลังจากนั้นก็ถูกผู้จัดการศูนย์ส่งตัวไปสัมภาษณ์ที่กรุงเทพฯ พอผ่านสัมภาษณ์ก็อบรมต่ออีก 2 อาทิตย์ เสร็จสรรพก็กลับมาเริ่มงานในวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ดังนั้นแล้ววันนี้ก็เป็นวันที่ผมทำงานมาได้ครบ 2 เดือนพอดิบพอดี
ตำแหน่งงานคือ "เจ้าหน้าที่ประเมินและวิเคราะห์หลักทรัพย์ในเครือบริษัทของธนาคารกสิกรไทย" ฟังตำแหน่งยาวๆ แล้วอาจนึกว่างานของผมได้แต่ทำเท่นั่งอยู่ในออฟฟิศ แต่ไม่ใช่.... งานของผมนั่งออฟิศแทบนับชั่วโมงได้ ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในรถมากกว่า หน้าที่หลักๆ ที่ผมต้องทำก็คือเวลาที่มีลูกค้ามาทำธุรกรรมกับธนาคารเพื่อขอสินเชื่อ ผมก็มีหน้าที่ไปตรวจดูหลักทรัพย์ของเขาว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ ไปตีราคาบ้านหรือที่ดินของลูกค้านั่นแหละว่ากันง่ายๆ
ถามว่างานเหนื่อยไหม? เหนื่อยโคตรๆ ผมที่เคยทำงานในสนามบิน ยืนวันละ 8 ชั่วโมง พูดภาษาอังกฤษภาษาจีนกับลูกค้าทั้งวันจนปากแทบหัก พอมาเปลี่ยนแนวเป็นขับรถตะลุยทุ่งขึ้นเขาลงดอย บุกป่าฝ่าดงลิ้นจี่ในบางครั้งถึงกับตั้งตัวไม่ติดไปพักใหญ่ๆ กว่าจะปรับตัวได้ก็ตอนย่างเข้าเดือนที่สองนี่แหละ แต่นะ.... รู้สึกว่าชีวิตมันมีสีสันดี ได้ไปทำงานพร้อมกับขับรถเที่ยวไปในตัว ได้พบเจอคนไทยทั่วทุกที่ในเขตรับผิดชอบของผม มัน.... ไม่รู้สิ... สนุกดีนะ สนุกกว่าพูดคุยกับต่างชาติที่ไม่รู้วัฒนธรรมของเราเสียอีก ผมได้เห็นรอยยิ้ม มิตรภาพน่ารักๆ ของคนไทยในตลาดสดเล็กๆ ข้างทาง ที่พอผมหลงทางผมก็จะวิ่งเข้าไปถามบรรดาป้าๆ ในตลาด ร้องเรียกเขาว่า "พ่อ" "แม่" พร้อมกับของความช่วยเหลือไปในตัว บรรดา พ่อๆ แม่ๆ ก็ต่างกรูเข้ามาให้ความช่วยเหลืออย่างล้นหลาม บางครั้งก็ถึงกับยกน้ำยกขนมมาเสิร์ฟผมถึงที่ ทั้งๆ ที่ผมเป็นคนแปลกหน้า ทั้งๆ ที่ผมเป็นคนต่างถิ่น แต่ก็กลับได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มันทำให้ผมรู้สึกว่าจริงๆ แล้วคนไทยเราใจดีมาก ถ้าหากไม่มีเหตุอะไรมาทำให้เกิดความแตกแยก คนไทยเราก็คงจะมีรอยยิ้มและน้ำใจให้แก่กันอย่างนี้
และที่สำคัญที่สุด.... ผมได้ใกล้ชิดกับครอบครัวมากขึ้น.... ตั้งแต่เล็กจนโตผมไม่เคยรู้สึกว่าผมใกล้ชิดกับครอบครัวมากเท่าตอนนี้เลย ผมกับพ่อ... เราไปทำงานด้วยกันทุกครั้งที่ผมต้องออกไปประเมินที่ ตอนแรกผมก็แอบคิดว่ามันคงจะแปลกที่พ่อขอตามไปดูด้วย เพราะไม่มีใครเขาทำกัน ทุกคนมักจะบอกกับผมว่า
"โตแล้ว ไปไหนมาไหนเองได้แล้ว"
"เอาพ่อไปด้วยแบบนี้ ไม่อายเขาหรือ?"
"เอาพ่อมาแบบนีั้ แล้วเมื่อไหร่จะหาแฟนได้สักที"
ผมยอมรับเลยว่าแรกๆ ผมก็คิดว่ามันจริงอย่างที่เขาพูด พ่อทำให้ผมรู้สึกว่าผมไม่โตสักที แต่แล้วคำพูดในวันนึงของพ่อที่เราไปประเมินที่ด้วยกันก็ทำให้ผมรู้ว่าไม่ใช่ว่าผมไม่โต.... ไม่ใช่ว่าอยากจะให้ผมอายใคร.... ไม่ใช่ว่าอยากจะคอยตามผมแจเพื่อกันใคร.... แต่เพราะรักและเป็นห่วงถึงไม่อยากให้ไปเองคนเดียว.... เพราะเขามีลูกสาวอยู่คนเดียว.... และเพราะกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับผม.... เขาถึงยอมเหนื่อยตามไปด้วยทุกครั้งที่ผมออกไปทำงาน
"ใครจะมีความสุขเท่าเรา.... จะมีพ่อลูกกี่คู่ในประเทศไทยที่จะเป็นอย่างเรา.... ไปทำงานด้วยกัน.... กินข้าวด้วยกัน.... เหนื่อยด้วยกัน... มีความสุขด้วยกัน.... ลูกลองคิดดูสิ...."
พ่อเกือบทำผมร้องไห้เลยทีเดียว... เหอะๆๆๆ ใช่.... จะมีใครเหมือนเรา จะมีใครที่จะเข้าใจเราไปมากกว่าครอบครัวของเราเอง แล้วจะอายทำไม? จะกังวลใจกับคำพูดของคนอื่นทำไม?
ทุกวันนี้พ่อให้ผมตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะขับรถออกไปทำงานเองหรือจะให้พ่อไปส่ง พ่อให้ผมคิดเองว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนของตัวเองและในส่วนของที่บ้านว่าจะต้องกันเงินไว้เท่าไหร่? และแม่ก็จะคอยถามว่าอยากกินอะไรไหม? แม่ทำกับข้าวไว้รอนะ ทำงานเสร็จก็รีบกลับมากิน ผมรู้สึกเลยว่าผมตัดสินใจถูกแล้วที่หางานทำอยู่ที่นี่ ที่ๆ มีคนที่ผมรักรออยู่ในทุกๆ วัน เป็นความสุขที่หาที่ีไหนไม่ได้อีกแล้วในชีวิตนี้ ตอนนี้ผมมีความสุขมากจริงๆ แล้วก็จะพยายามรักษาความสุขเหล่านี้ให้อยู่กับผมไปให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
ช่วงเวลาที่ผมจะได้อยู่กับคนอื่นน่ะเมื่อไหร่ก็ได้.... แต่ช่วงเวลาที่ผมจะได้อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขน่ะต้องเป็นช่วงเวลานี้เท่านั้น ครอบครัวจะอยู่กับเราไปได้อีกนานสักเท่าไหร่? ดังนั้นแล้วผมจะอยู่และมีความสุขกับพวกเขาให้ได้มากที่สุด
วันเกิดปีนี้ผมมีความสุขมาก ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของผมในตอนนี้เลย ผมมีงานทำ ผมมีครอบครัวพร้อมหน้า แล้วมีความสุขกับสิ่งรอบตัว เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับผมมากเลยทีเดียว ^_____________^
ผมได้แต่คาดหวังว่าผมคงจะมีความสุขแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ผมจะตั้งใจทำงาน จะพยายามแบ่งเบาภาระของครอบครัว และที่สำคัญที่สุด.... ผมจะมีความสุขกับพวกเขาในทุกๆ วัน เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมเลือกเอง ผมไม่เสียใจแน่นอนที่ทิ้งความศิวิไลของกรุงเทพฯ ไว้ข้างหลังและกลับมาใช้ชีวิตเรียบง่ายที่บ้านเกิดของแม่แบบนนี้ จะพยายามทำปีนี้ให้ดีที่สุด และปีต่อๆ ไปผมก็จะพยายามต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่สามารถทำมันได้แล้วนั่นแหละ
Happy Birthday to my Yuki Kohara & Me ~~~ Hope everyone happy in everytime of your life ~~~